
ทรีนีตี้เสิร์ฟทุกคน
ทรีนีตี้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “7 ผู้ช่วยการลงทุน” หากำไรในภาวะหุ้นสวิงแรง 400 จุด
ทรีนีตี้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “7 ผู้ช่วยการลงทุน” หากำไรในภาวะหุ้นสวิงแรง 400 จุด
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นในเดือน ก.พ. มีแนวโน้มค่อนข้างแข็งแกร่ง มองกรอบดัชนีที่ 1,250-1,350 จุด โดยมีปัจจัยบวกจากตลาดเริ่มผ่อนคลายความกังวลต่อการชะลอขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังธนาคารกลางของหลายประเทศส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม จึงทำให้เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลง รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรในสหรัฐปรับตัวลง จึงเริ่มเห็นสัญญาณการไหลเข้าของเม็ดเงินในระยะสั้นในตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นไทย
อย่างไรก็ดี หากมองระยะยาวในปี 2559 ยังมีความไม่แน่นอนทั้งปัจจัยภายในและต่างประเทศ คาดดัชนีผันผวนกว้างถึง 400 จุด ระดับ 1,100-1,500 จุด ทำให้การลงทุนมีความท้าทายไม่แพ้ในปี 2558
ดังนั้น บล.ทรีนีตี้ จึงคิดค้นผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของนักลงทุน ครอบคลุมทุกสไตล์การลงทุนทั้งระยะสั้น-กลาง-ยาว โดยแบ่งเป็น 7 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์สำหรับนักลงทุนระยะสั้นที่คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 5-10% ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ “All About Technical Chart” การลงทุนแบบเทคนิคอล เน้นเก็งกำไรระยะสั้น ใช้ปัจจัยทางเทคนิคในการวิเคราะห์คัดเลือกหุ้นในพอร์ตประมาณ 5-10 ตัว
ผลิตภัณฑ์ “Trinity Trigger” กำหนดจุดทำกำไรของหุ้นแต่ละตัว 5-10% คัดหุ้นในพอร์ต 5 บริษัทจากปัจจัยพื้นฐาน เทคนิคอล และ Sentiment
ผลิตภัณฑ์ “Quant Trading” เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะสั้นที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงในช่วงตลาดขาลง มีการแนะนำให้เลือกขาย (Short) หุ้นที่มีแนวโน้มความเสี่ยงขาลงโดยที่ตลาดยังไม่ได้รับรู้ข่าวร้ายนั้น หรือใช้กลยุทธ์ Pair Trade ในการทำ Arbitrage ระหว่าง 2 บริษัท คัดเลือกหุ้นในพอร์ตจากหุ้น, Derivative Warrant, Single Stock Futures
ผลิตภัณฑ์ “Forex Weekly Alert” เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะสั้นที่มี Exposure กับค่าเงินตราสารต่างประเทศ โดยเฉพาะค่าเงินเหรียญสหรัฐ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ USD Futures ในตลาดอนุพันธ์โดยใช้ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจมหภาคเป็นหลักในการวิเคราะห์
สำหรับนักลงทุนระยะกลาง 1-3 เดือน คาดหวังผลตอบแทน 10-15% ผลิตภัณฑ์ “The Perfect Gems” เน้นคัดหุ้นในพอร์ตในแต่ละช่วงเวลาประมาณ 5 บริษัท โดยใช้ข้อมูลทั้งของบริษัทและข้อมูล Consensus ใช้ปัจจัยเชิงปริมาณเป็นหลัก
กลุ่มผลิตภัณฑ์ระยะกลางถึงยาว ลงทุน 3-6 เดือน คาดหวังผลตอบแทน 15-20% ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ “Deep Value Stock” เลือกหุ้นในแต่ละช่วงเวลาประมาณ 5 บริษัท ที่มีราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน ที่ควรจะเป็น หรือมีช่องทำกำไรที่สูง ผลิตภัณฑ์ “Business Model” ลงทุนระยะยาว 6-12 เดือน คาดหวังผลตอบแทนในอัตราไม่ต่ำกว่า 20% คัดสรรหุ้นในแต่ละช่วงเวลาประมาณ 5 บริษัท ที่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างพื้นฐาน มีลักษณะธุรกิจเป็นผู้ชนะในระยะยาวในอุตสาหกรรม







