posttoday
TSEจ่อขายหุ้นกู้

TSEจ่อขายหุ้นกู้

10 กุมภาพันธ์ 2559

พลังงานทดแทนลุยขายหุ้นกู้ TSE จ่อขายรวดเดียว 3,000 ล้าน ด้านลูก EPCO ระดม 1,000 ล้าน

พลังงานทดแทนลุยขายหุ้นกู้ TSE จ่อขายรวดเดียว 3,000 ล้าน ด้านลูก EPCO ระดม 1,000 ล้าน

บริษัท ทริสเรทติ้ง ประกาศจัดอันดับความน่าเชื่อถือให้กับบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ (TSE) ที่ “BBB” ด้วยแนวโน้ม “คงที่” อันดับเครดิตสะท้อนถึงกระแสเงินสดที่มีคงที่จากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว (PPA) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) รวมถึงความเสี่ยงของการดำเนินงานที่ต่ำ การใช้เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบ Photovoltaic (PV) ที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว และผลิตภัณฑ์แผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่น่าเชื่อถือ

อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตถูกลดทอนบางส่วนจากประวัติผลการดำเนินงานและโครงสร้างเงินทุนที่คาดว่าจะมีหนี้สูงขึ้นจากการลงทุนของบริษัท

สำหรับแนวโน้ม “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหมายว่าโรงไฟฟ้าของบริษัทจะสามารถดำเนินงานได้ตามแผน และจะสามารถสร้างรายได้และกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษีค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ได้ในระดับ 800-1,000 ล้านบาท/ปี โดย ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2558 บริษัทมีกำลังผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 98.5 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โครงการ Solar Thermal 4.5 เมกะวัตต์ โครงการ Solar PV 80 เมกะวัตต์ และโครงการ Solar Rooftop จำนวน 14 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ ประมาณ 90% ของรายได้และกำไรก่อนหัก EBITDA ของบริษัทมาจากโครงการ Solar PV สถานะทางธุรกิจของบริษัทอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ โดยบริษัทมีกระแสเงินสดที่มั่นคงจากการขายไฟฟ้าให้แก่ กฟภ.และ กฟน. โครงการ Solar PV ได้รับ PPA ที่มี Adder ที่ระดับ 6.5 บาท/กิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 10 ปี ในขณะที่โครงการ Solar Rooftop ได้รับ PPA ที่มี Feed-in-tariff (FIT) ที่ราคา 6.16 บาท/กิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 25 ปี

น.ส.แคทลีน มาลีนนท์ ประธานกรรมการ TSE กล่าวว่า บริษัทเตรียมจะออกและเสนอขายหุ้นกู้ตามที่ได้ขออนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นไว้เมื่อปี 2558 วงเงิน 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะขายคราวเดียวทั้งจำนวน คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงไตรมาส 2-3 ปีนี้ เงินทุนที่ได้จะนำไปใช้ในการขยายการลงทุนไปต่างประเทศ รวมถึงการซื้อโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น ที่บริษัทได้ออกไปศึกษาและมีโครงการเกิดขึ้นแล้วเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และมีความคืบหน้าที่ดีมาก

"การตัดสินใจเข้าระดมเงินทุนในตลาดหุ้นกู้ เพราะมองว่าจะเป็นแนวทางที่ดี หากบริษัทใช้วิธีการเพิ่มทุนก็จะทำให้เกิดผลกระทบต่อราคาและสัดส่วนการถือหุ้น ส่วนแผนการออกหุ้นกู้ได้มีการประเมินไว้แล้วว่าจะเป็นแหล่งเงินทุนที่ดี เพราะเงินที่ได้จากการขายไอพีโอก็จะถูกใช้ตามแผนที่วางไว้" น.ส.แคทลีน กล่าว

นอกจากนี้ TSE จะบุกโครงการในต่างประเทศมากขึ้น และในปีนี้จะเริ่มเห็นสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญมากขึ้น ส่วนการลงทุนในประเทศก็คงต้องรอดูนโยบายของทางการ ซึ่งยอมรับว่ามีความไม่แน่นอนสูงมาก เช่น โครงการโซลาร์ฟาร์มช่วงที่ผ่านมาที่ถูกเลื่อนออกไปยังไม่มีกำหนด ส่วนรายได้ของ TSE ปีนี้จะเติบโตในเลข 2 หลัก

ปัจจุบันจะเห็นว่าบริษัทที่ดำเนินธุรกิจพลังงานทางเลือกออกหุ้นกู้มากขึ้นอย่างชัดเจน เช่น บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) ออกหุ้นกู้ 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งขายได้หมด นอกจากนี้ยังมีบริษัท อีสเทิร์นเพาเวอร์ หรือเดิมคือ บริษัท บ่อพลอย โซล่าร์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก (EPCO) วงเงิน 1,000 ล้านบาท ซึ่งทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันที่ระดับ “BBB-” พร้อมทั้งคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ “BBB” เพื่อนำเงินไปลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งในแต่ละปีจะมีรายได้ประมาณ 280-450 ล้านบาท

ด้านราคาหุ้น TSE ปิดตลาดที่ 4 บาท เพิ่มขึ้น 0.18 บาท ส่วน EPCO ปิดที่ 5.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค