
สนพ.ยันการใช้เงินกองทุนอนุรักษ์โปร่งใส
ผอ.สนพ. ยืนยัน การใช้เงินกองทุนอนุรักษ์กว่า 9,000 ล้านบาท โปร่งใส
ผอ.สนพ. ยืนยัน การใช้เงินกองทุนอนุรักษ์กว่า 9,000 ล้านบาท โปร่งใส
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีกระแสข่าวว่ามีบุคคลเข้ามาใช้งบประมาณกองทุนฯ กว่า 9,000 ล้านบาท นั้น ขอเรียนชี้แจงว่า การใช้เงินกองทุนฯ ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการใช้งบประมาณตามวัตถุประสงค์ของการใช้เงินตามที่กำหนดไว้ในพ.ร.บ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 ซึ่งมีเจตนารมณ์ที่จะกำกับ ดูแล ส่งเสริมและช่วยเหลือการดำเนินการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อให้มีการผลิตและใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ และต้องเป็นไปตามแผนอนุรักษ์พลังงานและแผนพลังงานทดแทน พ.ศ.2558 - 2579 ที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้เห็นชอบไว้
ทั้งนี้การพิจารณาจัดสรรเงินกองทุนในแต่ละปีงบประมาณ จะต้องผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณของกองทุนฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก เป็นต้น และจะต้องนำเสนอคณะกรรมการกองทุนฯ พิจารณาอีกครั้ง ซึ่งในคณะกรรมการฯ มีรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน กรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรสาธารณะ รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้การพิจารณาโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและคุ้มค่า และหลังจากที่คณะกรรมการกองทุนฯ ได้อนุมัติจัดสรรเงินกองทุนฯ ให้หน่วยงานไปดำเนินโครงการต่างๆ จะมีคณะอนุกรรมการติดตามประเมินผลการดำเนินงาน และติดตามตรวจสอบการใช้เงินอย่างใกล้ชิด
สำหรับในปีงบประมาณ 2558 กองทุนฯ ได้มีการจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนเงิน 11,875 ล้านบาท 162 โครงการ ประกอบไปด้วย 1. แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จำนวน 7,132 ล้านบาท 2.แผนพลังงานทดแทน จำนวน 4,532 ล้านบาท 3.แผนบริหารทางกลยุทธ์ จำนวน 211 ล้านบาท โดยผลที่จะได้รับจากการดำเนินโครงการฯ ในปี 2558 จะช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10,290 ล้านบาทต่อปี โดยยังคงกำกับดูแลการใช้พลังงานในอาคารภาครัฐกว่า 10,000 หน่วยงาน การใช้พลังงานในภาคเอกชนที่เป็นอาคารควบคุม 2,250 แห่ง และโรงงานควบคุม 5,500 แห่ง โดยเพิ่มความเข้มข้นขึ้นด้วยการมีมาตรฐานการใช้พลังงานมากำกับ และเพิ่มการช่วยเหลือเอสเอ็มอี ให้มากขึ้นเพื่อลดต้นทุนรายจ่ายด้านพลังงาน เป็นต้น
ส่วนในปีงบประมาณ 2559 กองทุนฯ ได้มีการจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวน 10,152 ล้านบาท 149 โครงการ ประกอบไปด้วย 1. แผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จำนวน 8,146 ล้านบาท 2.แผนพลังงานทดแทน จำนวน 1,855 ล้านบาท และ 3. แผนบริหารกลยุทธ์ จำนวน 151 ล้านบาท โดยใช้หลักเกณฑ์ในการพิจารณาตามแนวทางปี 2558 คือ สอดคล้องตามวัตถุประสงค์การใช้จ่ายเงินกองทุนฯ และแผนยุทธศาสตร์การอนุรักษ์พลังงาน แผนพัฒนาพลังงานทดแทน โดยผลที่จะได้รับจากการดำเนินการตามแผนฯ ในปี 2559 จะช่วยลดการใช้พลังงานลงได้รวม คิดเป็นมูลค่าประมาณ 13,351 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งจะเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตและยกระดับการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย
“จากข้อมูลข้างต้น การจัดสรรงบประมาณประจำปีของกองทุนฯ ได้เป็นไปตามขั้นตอนอย่างมีกรอบระเบียบและหลักเกณฑ์อย่างชัดเจน การใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ของกองทุนฯ ต้องผ่านการตรวจสอบที่ถูกต้อง โดยจะต้องเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเท่านั้น ไม่ได้มีการจัดสรรให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง นำไปใช้กว่า 9,000 ล้านบาท ซึ่งมีเพียงการนำเงินกองทุนฯ จำนวน 8,529.56 ล้านบาท ส่งให้กระทรวงการคลัง สนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ ซึ่งรวมกองทุนฯ ที่มีการส่งคืนกระทรวงการคลังรวม 30 กองทุน และขอยืนยันอีกครั้งว่าการจัดการเงินกองทุนฯ บริหารอย่างโปร่งใส เป็นมืออาชีพ”นายทวารัฐ กล่าว







