
หุ้นขาขึ้นเพิ่มเป้า1,442 แนะกระจายลงทุน
โพลสถาบันมองตลาดบวก เงินนอกสลับเข้าออก แนะลดหุ้นไทย เสียงแตกราคาน้ำมัน-ทองคำ
โพลสถาบันมองตลาดบวก เงินนอกสลับเข้าออก แนะลดหุ้นไทย เสียงแตกราคาน้ำมัน-ทองคำ
นางภรณี ทองเย็น อุปนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยถึงผลการสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์และผู้ลงทุนสถาบันบางส่วน จำนวน 28 แห่ง ครั้งที่ 1/2559 ความเห็นส่วนใหญ่มองตลาดหุ้นปี 2559 อยู่ในทิศทางขาขึ้น คิดเป็นสัดส่วน 78.57% ส่วนขาลงสัดส่วน 17.86% และทรงตัว 3.57% คาดการณ์ดัชนีเฉลี่ยสิ้นปี 2559 อยู่ที่ 1,442 จุด ลดลงจากการสำรวจความเห็นครั้งก่อนเมื่อเดือน พ.ค. 2558 อยู่ที่ 1,707 จุด ผลสำรวจครั้งนี้มีระดับสูงสุดของปีนี้เฉลี่ย 1,501 จุด และต่ำสุดจะอยู่ที่ 1,163 จุด ทั้งนี้ปัจจัยบวกสำคัญมาจากในประเทศ โดยสัดส่วน 96.4% เห็นตรงกันว่าคือการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล
สำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจปี 2559 ปรับลดลงเหลือ 3.3% จากเดิมที่ 3.8% ส่วนอัตราการเติบโตกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) อยู่ที่ 92 บาท/หุ้น ลดลงจากครั้งก่อน 109.50 บาท/หุ้น แต่ยังมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 19.1% สูงกว่าผลการสำรวจครั้งก่อนที่เติบโต 13% เนื่องจากฐานที่ต่ำของปี 2558 ที่จะมีกำไรเพียง 72-73 บาท/หุ้น เพราะผลกระทบของกลุ่มพลังงานที่ขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน การตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ และรายการการตั้งสำรองขนาดใหญ่ของธนาคารพาณิชย์จำนวนหลายแห่งกรณีการปล่อยกู้ให้กับบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI)
“ปี 2559 กลุ่มพลังงานจะมีกำไรเติบโตสูงที่สุด 105.9% รองลงมาคือ กลุ่มปิโตรเคมีเติบโต 85.01% วัสดุก่อสร้าง 31.37% ส่วนอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงสุดคือกลุ่มสื่อสารทั้งในปี 2558 อยู่ที่ 7.4% และปี 2559 อยู่ที่ 6.2%” นางภรณี กล่าว
แนวโน้มกระแสเงินทุนต่างชาติในปี 2559 มีโอกาสไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทย แต่จะเป็นลักษณะซื้อสลับขาย ส่วนราคาน้ำมันยังมีความเห็นแตกต่างกัน สัดส่วน 42.3% มองอยู่ในขาลง ส่วน 19.2% มองทรงตัว และอีก 30.8% คาดว่าน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มขึ้นมากกว่าลง และที่เหลือ 7.7% ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ ทั้งนี้ผู้ตอบมีสมมติฐานราคาน้ำมันดิบเบรนต์เฉลี่ย 41.1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลงจากคาดการณ์ครั้งก่อนอยู่ที่ 70.1 เหรียญสหรัฐ หรือลดลงถึง 41%
ด้านราคาทองคำส่วนใหญ่มีความเห็นขัดแย้งกัน สัดส่วน 41.67% มองว่าอยู่ในขาลง 37.5% คาดว่าทรงตัว ส่วนอีก 20.84% ปรับตัวขึ้น คาด ณ สิ้นปีราคาเฉลี่ยบาทละ 18,729 บาท ต่ำกว่าครั้งก่อนประมาณ 8%
นายรัชกฤษณ์พงศ์ เอกรงสรรค์ เลขาธิการและกรรมการผู้อำนวยการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยว่า ผลสำรวจแนะนำให้ลดการลงทุนในหุ้นไทยเล็กน้อยเหลือ 35.8% ผลสำรวจครั้งก่อนที่ 42.5% ของพอร์ตลงทุน โดยให้เพิ่มหุ้นต่างประเทศเป็น 22.5% จากเดิมที่ 17.6% ส่วนตราสารหนี้และกองทุนตราสารหนี้เพิ่มน้ำหนักเป็น 19.4% จากเดิมที่ 17.6% ทองคำรวมถึงโกลด์ฟิวเจอร์สเพิ่มเป็น 7.5% จากเดิม 6.7% และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกการลงทุน อื่นๆ เป็น 4.5% จากเดิมที่ 1.6% และให้ถือเงินสดรวมลดลงเป็น 10.4% จากเดิมที่ 11.8%
“ปีนี้ควรกระจายความเสี่ยงเพื่อรักษาเงินต้นไว้ เพราะหุ้นมีโอกาสผันผวนสูงในกรอบกว้าง เฉลี่ยสูงสุดที่ 1,501 จุด และต่ำสุด 1,163 จุด แรงกดดันหลักจากความผันผวนของหุ้นจีน และความไม่แน่นอนของเฟด”







