
เอสเอ็มอีแบงก์ตรึงดอกเบี้ย3เดือน
เอสเอ็มอีแบงก์ประกาศตรึงดอกเบี้ย3เดือน ตั้งเป้าปีนี้ยอดปล่อยสินเชื่อทะลุ 2 หมื่นล้านบาท พร้อมเร่งหาเงินช่วยเหลือเหยื่อจลาจล
เอสเอ็มอีแบงก์ประกาศตรึงดอกเบี้ย3เดือน ตั้งเป้าปีนี้ยอดปล่อยสินเชื่อทะลุ 2 หมื่นล้านบาท พร้อมเร่งหาเงินช่วยเหลือเหยื่อจลาจล
นายโสฬล สาครวิศว กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ( เอสเอ็มอีแบงก์ ) กล่าวว่า ธนาคารยังคงอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินกู้และฝากอย่างน้อย 3 เดือนแม้ว่าธนาคารพาณิชย์ต่างๆปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากสามารถที่จะคุมต้นทุนการเงินได้ และเชื่อว่าส่วนใหญ่ธนาคารพาณิชย์ยังคงตรึงดอกเบี้ยออมทรัพย์ที่ 0.75 % ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำประเภท3-6-12 เดือน ยังอยู่ที่ระดับ 1 %
ทั้งนี้ในช่วง 6เดือนแรกธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อได้แล้วประมาณ10,000 ล้านบาทและคาดว่าทั้งปีจะสามารถปล่อยสินเชื่อได้20,000 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจเอสเอ็มอีมีอัตราการเติบโตสูงมาก ในขณะเดียวกันจะบริหารจัดการอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ให้ลดลงจาก 30.5% ให้เหลืออยู่ที่ระดับ 20% ภายในสิ้นปีนี้
“แนวโน้มการแข่งขันสินเชื่อเอสเอ็มมีความรุนแรงมากขึ้น แต่ธนาคารก็มีจุดเด่นที่มีโครงการอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน มีโครงการจับคู่ธุรกิจให้ลูกค้า มีการพัฒนาให้ความรู้ด้านการเงิน ด้านการตลาด และด้านการพัฒนาสินค้าให้เข้าสู่มาตรฐานสากล สามารถที่จะแข่งขันได้” นายโสฬลกล่าว
นายโสฬลกล่าวถึงความคืบหน้าการปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมทางการเมืองว่า ในวันที่ 29 ก.ค. นี้ธนาคารจะหารือแนวทางการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมแต่ไม่สามารถกู้เงินได้ทันวงเงินช่วยเหลือก้อนแรก 5,000 ล้านบาทซึ่งหมดไปแล้ว ทั้งนี้เป็นกลุ่มที่เดือดร้อนและต้องการกู้วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท มีประมาณ 2,000 ราย คิดเป็นวงเงิน 1,000 ล้านบาท
สำหรับแนวทางพิจารณามี 3 แนวทางการ คือ 1.อาจจะมีปิดโครงการเงินกู้พิเศษเพื่อที่จะช่วยเหลือไปเลย 2. การจัดหาแหล่งเงินกู้ใหม่เพื่อมาช่วยเหลือหลังจากที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไม่อนุมัติขยายวงเงินช่วยเหลือเพิ่มจากที่ธนาคารเสนอขอไป 5,000 ล้านบาท และ 3. ให้มากู้ตามช่องทางปกติ หรือจะคัดกลุ่มลูกค้าที่เข้าข่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวให้มาใช้เงินกู้ช่วยเหลือ ด้านการท่องเที่ยวทีครม.อนุมัติสนับสนุนเงินกู้อัตราดอกเบี้ผ่อนปรนวงเงิน 5,000 ล้านบาทแทน







