posttoday
กางโอกาสธุรกิจรุ่ง จับตลาดผู้บริโภคแดนภารต

กางโอกาสธุรกิจรุ่ง จับตลาดผู้บริโภคแดนภารต

08 กุมภาพันธ์ 2559

ประเทศอินเดียถือเป็นตลาดส่งออกที่น่าสนใจสำหรับผู้ส่งออกไทย เพราะเป็นตลาดใหญ่ เศรษฐกิจขยายตัวสูง

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ประเทศอินเดียถือเป็นตลาดส่งออกที่น่าสนใจสำหรับผู้ส่งออกไทย เพราะเป็นตลาดใหญ่ เศรษฐกิจขยายตัวสูง และจากข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับอินเดียทั้งสองฉบับ คือ เอฟทีเอไทย-อินเดีย และเอฟทีเออาเซียน-อินเดีย ทำให้สินค้าทั้งจากไทยและอาเซียนที่จะเข้าไปตลาดอินเดียมีต้นทุนต่ำลง

ปิติ ศรีแสงนาม อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง โอกาสการค้าการลงทุนภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-อินเดีย และอาเซียน-อินเดีย ว่า เอฟทีเอไทย-อินเดียมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้การค้าระหว่างสองชาติขยายตัว เพราะอินเดียมีอัตราภาษีนำเข้าและมาตรการกีดกันทางการค้าค่อนข้างสูง ระบบภาษีที่ซ้ำซ้อนและแตกต่างกันในแต่ละรัฐ ทำให้สินค้าไทย
และสินค้าอาเซียนที่เข้าสู่ตลาดอินเดียมีต้นทุนทางภาษีสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม อินเดียเป็นตลาดที่น่าจับตามอง เพราะคนที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไปมีมากถึง 350 ล้านคน ซึ่งมากกว่าประชากรของสหภาพยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาเสียอีก ดังนั้นการวางตำแหน่งทางการตลาดของสินค้าและช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าในอินเดียจึงมีความสำคัญมาก และสินค้าบางประเภทที่สามารถเจาะตลาดล่างของอินเดียที่มีขนาดใหญ่มากถึง 900 ล้านคนได้ นั่นหมายถึงโอกาสทางธุรกิจ

นอกจากนี้ การที่อินเดียมีนโยบายการค้าและการลงทุนที่เปิดเสรีมากยิ่งขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาลกลางที่เน้นสร้างความร่วมมือทางการค้าการลงทุนกับประเทศในอาเซียนภายใต้นโยบาย Act East ล้วนขยายและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้ผู้ประกอบการชาวไทยอย่างมาก

“แม้ว่าอินเดียจะเปิดกว้างต่อการลงทุนมากขึ้น แต่ต้องพึงระลึกไว้ว่า การจะเข้าไปทำการค้าและลงทุนในอินเดียจะต้องหานักธุรกิจท้องถิ่นที่จะร่วมทำการค้าการลงทุนที่ไว้ใจได้ และต้องรัดกุมอย่างยิ่งในการทำข้อตกลงและเจรจาธุรกิจ ทางที่ดีต้องมีนักกฎหมายและนักบัญชีที่เข้าใจตลาดอินเดียเป็นที่ปรึกษาในการทำธุรกิจด้วย” ปิติ แนะนำ

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสในหลายธุรกิจ โดยเฉพาะภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมในอินเดีย เพราะยังมีขนาดเล็กและขาดเทคโนโลยีปรับปรุงวิธีการเพาะปลูกประกอบการไทยควรเข้าไปเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายกับนักลงทุนอินเดีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายใหญ่ที่ทำธุรกิจในแต่ละรัฐ

เช่นเดียวกับภาคบริการ เช่น บริการด้านท่องเที่ยวและการรักษาพยาบาลที่ยังเป็นภาคบริการที่มีขนาดเล็ก และด้วยข้อจำกัดของระบบวรรณะ ทำให้คนอินเดียไม่สามารถทำงานบริการหลายๆ ประเภทได้ จึงเป็นช่องว่างให้ผู้ประกอบการไทยที่มีความรู้ ความสามารถเหนือกว่าเข้าไปเจาะตลาด

ท่ามกลางโอกาส ก็ยังมีอุปสรรคที่ต้องคำนึงถึง เช่น โครงสร้างพื้นฐานยังไม่ได้มาตรฐานและอยู่ระหว่างการพัฒนา ทำให้กระจายสินค้าสู่พื้นที่ต่างๆ ลำบาก ระบบสถาบันทางการเงินยังมีบริการทางการเงินไม่ครบทุกประเภท ดังนั้นการเลือกพื้นที่เป้าหมายในแต่ละรัฐที่ต้องการลงทุนจึงมีความสำคัญมาก

นอกจากนี้ อินเดียยังขาดเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่โครงสร้างการกระจายรายได้ภายในประเทศยังมีคนจำนวนมากกว่า 950 ล้านคน หรือ 75% ของประชากรทั้งหมดมีระดับรายได้ต่ำกว่า 10 รูปี/วัน หรือประมาณ 10 บาท/วัน

อีกทั้งการเมืองยังขาดเสถียรภาพ เนื่องจากรัฐบาลกลางมีบทบาทหลักในการวางนโยบายการป้องกันประเทศและนโยบายต่างประเทศในภาพรวมเท่านั้น ส่วนรัฐบาลท้องถิ่นในแต่ละรัฐ ซึ่งมีผู้บริหารสูงสุดคือ มุขมนตรี เป็นคนวางและดำเนินนโยบายส่วนใหญ่ของแต่ละรัฐอย่างอิสระ ทำให้บางครั้งมีความขัดแย้งไม่สอดคล้องกัน รวมถึงยังมีการคอร์รัปชั่นในทุกระดับ ทำให้ต้นทุนทางธุรกิจสูง

ที่สำคัญอินเดียมีอัตราภาษีที่สูง โครงสร้างภาษีมีความซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้มีคนอินเดียจำนวนมากยังทำธุรกิจในตลาดมืดเพื่อหลบเลี่ยงภาษี และระเบียบวิธีการทำการค้า การขนส่งสินค้าเข้าภายในประเทศมีความยุ่งยาก การขนส่งสินค้าผ่านด่านแต่ละด่านใช้ระยะเวลานาน รวมทั้งรัฐบาลมีนโยบายการค้าและการลงทุนที่เน้นการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศมานาน จึงทำให้การเข้าไปเจาะตลาดอินเดียจริงๆ แล้วทำได้ไม่ง่ายนัก

ขณะเดียวกัน การลดภาษีสินค้าภายใต้กรอบเอฟทีเออาเซียน-อินเดีย อาจทำให้สินค้าไทยต้องแข่งขันกับสินค้าของชาติอาเซียนอื่นมากขึ้น โดยเฉพาะสิงคโปร์ ซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าใหญ่ที่สุดของอินเดียในอาเซียน และมีเอฟทีเอกับอินเดียทั้งในระดับทวิภาคีและในกรอบอาเซียนเช่นเดียวกับไทย

ด้านอินโดนีเซียและมาเลเซีย ขณะนี้อาจจะเป็นคู่แข่งที่ไม่น่ากลัวนัก เพราะสินค้าส่งออกหลักอย่างน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มสกัด ไทยมีศักยภาพต่ำอยู่แล้ว และอยู่ในรายการสินค้าอ่อนไหวสูงของอินเดีย แต่หากมาเลเซียและอินโดนีเซียทำเอฟทีเอกับอินเดีย อาจทำให้สินค้าไทยต้องแข่งขันหนักขึ้นในอนาคต

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน