
จับคู่ธุรกิจไทย-อิหร่าน300ล.
สสว.พาเอสเอ็มอีจับคู่ธุรกิจที่อิหร่าน สร้างมูลค่าธุรกิจกว่า 300 ล้าน
สสว.พาเอสเอ็มอีจับคู่ธุรกิจที่อิหร่าน สร้างมูลค่าธุรกิจกว่า 300 ล้าน
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า จากการนำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีติดตามคณะนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไปประเทศอิหร่าน โดยได้จัดให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวน 19 ราย พบปะกับผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกของประเทศอิหร่าน ในลักษณะจับคู่ธุรกิจ ซึ่งได้ผลดีเกินคาดโดยมีคำสั่งซื้อเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท
สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีการจับคู่และมียอดคำสั่งซื้อ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ กลุ่มเครื่องดื่มสุขภาพ (อโลเวร่า) และผลิตภัณฑ์จากสปาและอาหารฮาลาล เป็นต้น
“ประเทศอิหร่านถือเป็นตลาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูง และยังเป็นประตูไปสู่ตะวันออกกลางได้ นอกเหนือจากการขายสินค้าแล้ว ยังให้ความสนใจเรื่องการท่องเที่ยว ทั้งกรณีไทยไปเที่ยวอิหร่าน และอิหร่านมาเที่ยวไทย ร่วมทั้งมีการทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างไทยและอิหร่านหลายเรื่อง” นางสาลินี กล่าว
ทั้งนี้ ในกรณีของการท่องเที่ยว ไทยต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่พักประเภทฮาลาล ซึ่งปัจจุบันไทยมีโรงแรมและรีสอร์ทประเภทนี้อยู่ในพื้นที่ภาคใต้และกรุงเทพฯ เช่น ในย่านโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เป็นต้น ซึ่ง สสว.จะให้การสนับสนุนและส่งเสริมต่อไป
นอกจาก ประเทศอิหร่านแล้ว สสว.ได้รับการติดต่อจากนักธุรกิจไทยในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) และประเทศโอมาน ให้นำผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยไปเปิดตลาดในประเทศต่างๆ เหล่านี้ด้วย
สำหรับมูลค่าการค้าไทย-อิหร่านในปี 2557 มีมูลค่า 357.17 ล้านเหรียญสหรัฐ มีมูลค่าการส่งออก 322.16 ล้านเหรียญสหรัฐ นำเข้า 35 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าไทยเข้าไปทำตลาดในอิหร่าน อาทิ ปลาทูน่ากระป๋อง ข้าว ผลิตภัณฑ์จากถั่ว ผัก/ผลไม้กระป๋อง รวมทั้งผลไม้ เช่น สับปะรด กีวี่ กล้วยหอม มะขาม และมะม่วง เป็นต้น
ขณะที่ตามนโยบายของรัฐบาลไทยในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 กลุ่มคลัสเตอร์ เช่น ยานยนต์ และอุตสาหกรรมยา ซึ่งอิหร่านให้ความสนใจเข้ามาลงทุน ในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพ รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างเอสเอ็มอีไทยกับเอสเอ็มอีอิหร่านมากขึ้น นอกจากนี้ อิหร่านสนใจที่จะแลกเปลี่ยนวัตถุดิบอัญมณีกับไทย รวมถึงเทคนิคการประดับตกแต่งด้วย
ส่วนกรณีที่อิหร่านถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐ ทำให้การค้าด้วยสกุลเงินเหรียญสหรัฐมีปัญหานั้น รัฐบาลไทย โดยนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ไทยสามารถติดต่อกับธนาคารอิหร่านได้โดยตรงผ่านการทำสัญญาเปิดบัญชีการค้าระหว่างกัน โดยให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้กำหนดเงื่อนไขและกฎเกณฑ์ต่างๆ รวมทั้งไทยจะลดอุปสรรคด้านการจัดเก็บภาษีซ้ำซ้อน เพื่อจูงใจให้อิหร่านมาลงทุนและทำการค้ากับไทยมากขึ้น







