
อย่านิ่งดูดาย
มติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ลดราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ลง 2 บาท/กก.
มติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ลดราคาขายปลีกก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ลง 2 บาท/กก. พร้อมกับยกเลิกชดเชยอัตราค่าขนส่งไปยังคลังภูมิภาคของ ปตท. ตามระยะทาง ส่งผลให้ราคาขายปลีกแอลพีจีมีราคาลดลงมาตั้งแต่ 60 สตางค์-2 บาท/กก. จากปัจจุบันอยู่ที่ 22.29 บาท/กก. ถือเป็นหนึ่งในแผนโรดแมปเปิดเสรีธุรกิจแอลพีจี โดยอาศัยจังหวะที่ราคาแอลพีจีตลาดโลกขาลง บริหารจัดการต้นทุนการดำเนินการของแอลพีจีในระบบให้สะท้อนความเป็นจริง
คำถามที่ตามมาคือ การเดินหน้าไปสู่การเปิดเสรีธุรกิจแอลพีจี ด้วยการปล่อยให้กลไกราคาสะท้อนตลาด และการเปิดให้มีผู้นำเข้าแอลพีจีมากกว่า 1 ราย จากปัจจุบันมีเพียงบริษัท ปตท. เพียงรายเดียว ผู้บริโภคหรือประชาชน และผู้ใช้โดยตรง จะได้ประโยชน์อะไร
เนื่องจากที่ผ่านมา การประกาศราคาแอลพีจีแต่ละเดือนตามทิศทางราคาตลาดโลกที่มีแนวโน้มลดลง จะเห็นได้ว่าราคาขายปลีกปรับลดลง กลับไม่ได้สะท้อนภาระค่าครองชีพของประชาชนแม้แต่น้อย ราคาสินค้า บริการ หรือราคาอาหาร ทุกอย่างยังมีราคาแพงเหมือนเดิม นี่ยังไม่นับรวมราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่หน่วยงานของภาครัฐ ซึ่งคงไม่ใช่กระทรวงพลังงานที่กำกับดูแลเพียงหน่วยงานเดียว แต่หมายรวมไปถึงกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงคมนาคม จะต้องใส่ใจเป็นพิเศษก็คือ หาแนวทางหรือวิธีการที่จะทำให้ต้นทุนค่าครองชีพของประชาชนลดลงตามทิศทางราคาแอลพีจีและดีเซลที่ลดลง
หน่วยงานเหล่านี้จะต้องระดมสรรพกำลังของสติปัญญา เพื่อหาวิธีการมาผลักดันให้กลไกราคาสินค้าที่ได้ประโยชน์จากราคาเชื้อเพลิงที่ลดลง เพื่อส่งผ่านไปยังประชาชนผู้บริโภคให้มากกว่านี้ และไม่ควรไปคาดหวังให้การขึ้นลงของราคาสินค้าตามกลไกตลาด เพราะอำนาจในการตัดสินใจปรับลดราคาอยู่ในเงื้อมมือของผู้ประกอบการที่มีหลักคิดในการทำธุรกิจเพื่อแสวงหากำไรเป็นตัวตั้ง
บางครั้งรัฐบาล หน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้การส่งสัญญาณ การชี้นำ หรือการแทรกแซงตามอำนาจกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือและสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในระบบเศรษกิจ ผ่านวิธีการกดดันให้กลไกราคาทำงานเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนโดยตรง
เพราะการปล่อยให้ราคาสินค้าหรืออาหารขึ้นลงตามกลไกเสรี ในระบบตลาดที่แข่งขันไม่สมบูรณ์ของประเทศไทย คงไม่ใช่วิถีทางที่ดีนัก หากรัฐจะนิ่งดูดายปล่อยให้ผู้ประกอบการ พ่อค้า เป็นผู้กำหนดภาระปากท้องของประชาชน
ถ้าพลังงานคือต้นทุนของผู้ประกอบการที่ใช้กำหนดราคาสินค้าและบริการ เมื่อต้นทุนลดลง ราคาสินค้าก็ต้องลดลงได้เช่นกัน







