posttoday
SPCGลั่นรายได้นิวไฮ

SPCGลั่นรายได้นิวไฮ

05 กุมภาพันธ์ 2559

เอสพีซีจีลั่นปีนี้อัตรากำไรสุทธิเกิน 45% ส่วนรายได้นิวไฮต่อไม่น้อยกว่า 5,500 ล้าน

เอสพีซีจีลั่นปีนี้อัตรากำไรสุทธิเกิน 45% ส่วนรายได้นิวไฮต่อไม่น้อยกว่า 5,500 ล้าน

นางวันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี (SPCG) เปิดเผยว่า ปี 2559 บริษัทจะมีอัตรากำไรสุทธิดีขึ้นจากงวด 9 เดือนแรกของปี 2558 ที่ทำได้ที่ 45.26% เพราะในปีนี้บริษัทสามารถลดภาระดอกเบี้ยจ่ายลงได้ประมาณ 300 ล้านบาท หลังจากเดือน ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมาบริษัทได้ออกหุ้นกู้มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3.31% นำไปชำระคืนเงินกู้สินเชื่อโครงการสถาบันการเงิน อัตราดอกเบี้ย 5.1% ทั้งหมด ซึ่งกู้มาลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) จำนวน 36 โครงการ มีขนาดตามกำลังการผลิตติดตั้ง 261 เมกะวัตต์

นอกจากนั้น ในปี 2559 บริษัทจะสามารถทำรายได้รวมสูงสุดใหม่ไม่น้อยกว่า 5,500 ล้านบาท ได้ต่อเนื่องจากปี 2558 ที่บริษัทจะมีรายไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท หลังจากโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ของบริษัทสามารถจำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบครบทุกโครงการ และสามารถรับรู้รายได้เต็มปีเป็นปีแรกในปี 2558 ทั้งนี้ในวันที่ 17 ก.พ. 2559 คณะกรรมการบริษัทจะนัดประชุม เพื่อพิจารณาอนุมัติผลการดำเนินงานปี 2558

ขณะเดียวกัน ในปีนี้บริษัทมีแผนจะเพิ่มรายได้จากการรับเหมาติดตั้งโครงการระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) เป็นสัดส่วนราว 20% ของรายได้หรือมีรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2558 อยู่ที่ราว 3-5% หรือมีรายได้เพียง 400 ล้านบาท โดยมีแผนขยายเข้าไปในตลาดที่มีความต้องการสูงทั้งในที่พักอาศัยทั้งที่เป็นของบุคคล รวมถึงโครงการที่อยู่อาศัย โรงงาน อาคารสำนักงาน โมเดิร์นเทรด และศูนย์การค้า โดยเป็นธุรกิจที่สามารถทำอัตรากำไรสุทธิได้มากกว่าระดับ 10%

ล่าสุด วันที่ 4 ก.พ. 2559 บริษัทได้ลงนามงานติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้กับบริษัท ธนาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำนวน 4 โครงการ มูลค่างานประมาณ 60 ล้านบาท โดยการนำ “SPR Solar Roof” ไปติดตั้งภายในโครงการบ้านพักอาศัยภายใต้โครงการ “Jade Praise” หากธนาพัฒน์ฯ เปิดโครงการอื่นๆ ในอนาคตบริษัทก็จะร่วมติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปด้วย

ปัจจุบันการใช้ไฟฟ้าโซลาร์รูฟท็อปสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยประมาณ 15-20% ต่อเดือน และมีการรับประกันคุณภาพแผงโซลาร์อายุนานถึง 25 ปี อีกทั้งยังสอดคล้องแนวโน้มกระแสของโลกหลังจากการประชุมเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลก ครั้งที่ 21 (COP21) ที่กรุงปารีส เมื่อปลายปี 2558 มีตัวแทนจาก 196 ประเทศ รับรองข้อตกลงการลดภาวะโลกร้อนเพื่อลดอุณหภูมิของโลกลง 1.5-2 องศาเซลเซียส อีกทั้งธนาคารโลกยังพร้อมปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% สนับสนุนกับประเทศกำลังพัฒนาเพื่อใช้พลังงานทดแทน 

นอกจากนี้ ในปี 2559 บริษัทจะเริ่มมีรายได้จากโครงการในต่างประเทศ โดยในวันที่ 9 ก.พ. 2559 บริษัทจะมีพิธีลงนามร่วมทุนโครงการโซลาร์ในญี่ปุ่น ขนาดประมาณ 30 เมกะวัตต์กับกลุ่มเคียวเซร่า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง SPCG จะเข้าร่วมถือหุ้นสัดส่วน 1 ใน 3 ของโครงการ

นางวันดี กล่าวถึงแผนธุรกิจ 5 ปี (2558-2562) ว่า ตั้งเป้าหมายจะมีขนาดโรงไฟฟ้าโซลาร์ตามกำลังการติดตั้งเพิ่มเป็น 500 เมกะวัตต์ โดยมีโครงการใหม่ๆ เข้ามีอีกประมาณ 240 เมกะวัตต์ มูลค่าลงทุนรวมราว 2.60 หมื่นล้านบาท ดังนั้นในช่วง 5 ปีดังกล่าวบริษัทจะต้องระดมเงินทุนรวมประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนทุน ส่วนที่เหลือจะเป็นการใช้สินเชื่อโครงการจากสถาบันการเงิน

ขณะที่เมกะวัตต์จากโรงไฟฟ้าใหม่ที่จะเพิ่มหลัก จะมาจากโครงการในต่างประเทศที่บริษัทสนใจลงทุน อาทิ ในญี่ปุ่น เมียนมา ฟิลิปปินส์ ขณะที่โครงการโซลาร์ในประเทศยังคงต้องรอความชัดเจนของนโยบายรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันในส่วนของโครงการหน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตร ขณะนี้บริษัทมีพันธมิตรที่มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมประมาณ 50 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ดีแผนลงทุนระยะสั้นปี 2559 จะใช้งบลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่อีกประมาณ 100 เมกะวัตต์ ส่วนแผนธุรกิจหลักปัจจุบันของบริษัทยังมีการขยายธุรกิจโซลาร์ต่อเนื่อง ยังไม่มีแผนขยายไปสู่พลังงานทดแทนประเภทอื่นๆ

นางวันดี กล่าวต่อว่า ปัจจุบันบริษัทมีโครงการโซลาร์ทั้งหมด  36 โครงการ ยังมีคาร์บอนเครดิตที่สามารถขายจำนวน 2 แสนตัน/ปี มีราคาขายระหว่าง 1-30 ยูโร/ตัน ซึ่งมีอายุสามารถขายได้ถึง 21 ปี ในปี 2559 จะเริ่มขายให้กับองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มีอายุสัญญาขาย 5 ปี

ด้าน ราคาหุ้น SPCG ลดลง 0.20 บาท ปิดที่ 20 บาท สวนทางตลาดหุ้นที่บวกกว่า 5 จุด

สำหรับหุ้น SPCG เป็นหุ้นตัวหนึ่งที่นักลงทุนมีการยืมไปขายล่วงหน้า หรือชอร์ตเซล เช่น วันที่ 3 ก.พ. 2559 มีการขายชอร์ต 2.3 หมื่นหุ้น มูลค่า 4.6 แสนบาท สัดส่วน 1.94% เทียบกับปริมาณการซื้อขายหุ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน