posttoday
เอดีบีสนับสนุนเงินช่วยจัดการน้ำท่วม-บริการทางการเงินแก่ไทย

เอดีบีสนับสนุนเงินช่วยจัดการน้ำท่วม-บริการทางการเงินแก่ไทย

04 กุมภาพันธ์ 2559

เอดีบีสนับสนุนเงินกว่า 125 ล้านบาท สนับสนุนการดูแลความเสี่ยงจากภัยพิบัติน้ำท่วมและการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึงของไทย

เอดีบีสนับสนุนเงินกว่า 125 ล้านบาท สนับสนุนการดูแลความเสี่ยงจากภัยพิบัติน้ำท่วมและการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึงของไทย

เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 59 ธนาคารพัฒนาเอเชีย ((เอดีบี) ประจำประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงการคลัง สถานทูตญี่ปุ่ น เปิดตัวโครงการความร่วมมือใน 2 โครงการ ที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากกองทุนญี่ปุ่นเพื่อลดความยากจน (Japan Fund for Poverty Reduction) ซึ่งบริหารจัดการโดยเอดีบีวงเงินรวม 3.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 125 ล้านบาท

ประกอบด้วย 1.โครงการสนับสนุนให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็งในการบริหารจัดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ จากน้ำท่วมและการป้องกันภัยพิบัติในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน เป็นเงินให้เปล่าจำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 71.3 ล้านบาท (หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันที่เปิดตลาด 35.64 บาท/เหรียญสหรัฐฯ) ซึ่งชุมชนชนบทและชุมชนเมืองที่อยู่บริเวณลุ่มแม่น้าเจ้าพระยา 5 แห่ง ที่จะถูกเลือกให้เป็นชุมชนนำร่องในการเข้าร่วมโครงการฯที่ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี ตั้งแต่ ม.ค. 2559 ถึง ธ.ค. 2560

และ 2.โครงการสนับสนุนการพัฒนาการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง ให้กับชุมชนที่มีรายได้น้อยอีก 1.5 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 53.5 ล้านบาท เพื่อช่วยให้สถาบันทางการเงินเฉพาะกิจหรือธนาคารของรัฐสามารถให้บริการทางการเงินแก่ผู้ที่ไม่อยู่ในระบบธนาคารได้ต่อไป

 นาย เจมส์ นูเจน ผู้อำนวยการ เอดีบี สำนักงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า โครงการการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติน่าจะช่วยบรรเทาความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้นตั้งแต่เกิดมหาอุทกภัยเมื่อปี พ.ศ. 2554 ที่รัฐบาลไทยได้พยายามดำเนินมาตรการควบคุมอุทกภัยขั้นสูงหลายวิธีที่อาศัยความร่วมมือของชุมชน เช่น การเตรียมการรับมือกับปัญหาน้ำท่วม การตอบสนองและการฟื้นฟูหลังนน้ำท่วม

ขณะที่โครงการที่สองน่าจะช่วยลดความแตกต่างของความสามารถในการเข้าถึงบริการทางการเงิน เพื่อสนับสนุนหน่วยงานที่กำกับดูแลสถาบันทางการเงินเฉพาะกิจ ที่มีบทบาทหลักในการขยายการให้บริการทางการเงินแก่คนไทยที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการของธนาคารได้ ซึ่งโครการนี้จะดำเนินการผ่านสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) และสำนักคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) รวมถึงองค์กรต่างๆ ที่มีส่วนช่วยในการปรับปรุงยุทธศาสตร์และการวางแผนธุรกิจให้กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ คาดว่าโครงการนี้ จะช่วยพัฒนาการกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีทั้งสิ้นกว่า 8,000 แห่ง มีจำนวนสมาชิกถึง 11.5 ล้านคน ได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น รวมถึงเป็นช่องทางการในการแบ่งปันความรู้จากต่างประเทศในเรื่องการเข้าถึงบริการทางการเงินได้ด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน