posttoday
‘ทุ่งคา’แข็งแรงกลับมาเทรดครึ่งปีหลัง

‘ทุ่งคา’แข็งแรงกลับมาเทรดครึ่งปีหลัง

03 กุมภาพันธ์ 2559

THL ลั่น กลับมาเทรดครึ่งปีหลัง เพิ่มทุนจบดันส่วนทุนบวก ลดหนี้เหลือ 520 ล้าน

THL ลั่น กลับมาเทรดครึ่งปีหลัง เพิ่มทุนจบดันส่วนทุนบวก ลดหนี้เหลือ 520 ล้าน

นายวิจิตร เจียมวิจิตรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ (THL) เปิดแถลงข่าวครั้งแรกภายหลังจากเข้ามาบริหารงานตั้งแต่ปี 2556 ว่า หุ้นของบริษัทคาดว่าจะกลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในครึ่งหลังของปี 2559 นี้ เพราะการเพิ่มทุนจดทะเบียนจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ทำให้ส่วนของทุนจากติดลบกลายเป็นบวก และคาดว่าจะมีกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ประมาณ 400-500 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัทมีกำไรติดต่อกันถึง 4 ไตรมาส ตามเกณฑ์ที่อาจถูกเพิกถอน

ปัจจุบันบริษัทมีส่วนทุนของผู้ถือหุ้นติดลบและมีกำไรสุทธิติดต่อกันเพียง 2 ไตรมาส หลังจากเพิ่มทุน 2.34 หมื่นล้านหุ้น แบ่งขายผู้ถือหุ้นเดิม 4,541,636,788 หุ้น และบุคคลในวงจำกัด (พีพี) 12,135 ล้านหุ้น ส่วนหุ้นที่ยังไม่ได้จัดสรรจำนวน 6,723,363,222 หุ้น หรือหุ้นที่ใช้สิทธิไม่หมด บริษัทจะหารือว่าจะเสนอขายใครกลางเดือน ก.พ.นี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มทุนต่างประเทศและกลุ่มผู้ลงทุนไทย คาดว่าจะได้รับเงินจำนวน 1,170 ล้านบาท

“มั่นใจว่าผู้ถือหุ้นเดิมจะใช้สิทธิเพิ่มทุนทั้งหมด 80% ส่วนนักลงทุนที่จะมาซื้อหุ้นแบบพีพี ส่วนใหญ่ได้ขอสัญญาทางใจกันว่า จะยอมติดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (ไซเลนต์พีเรียด) เป็นเวลา 1 ปี สำหรับผมจะถือนานกว่านั้น เพราะอยากให้เป็นหุ้นที่เป็นการลงทุนระยะยาว” นายวิจิตร กล่าว

ปัจจุบันกลุ่มผู้ถือหุ้นใน THL มีทั้งหมด 3 กลุ่ม คือ กลุ่มนายวิจิตร กลุ่มนายวันชัย พันธุ์วิเชียร และกลุ่มทุนจากสิงคโปร์

สำหรับการแก้ปัญหาหนี้ที่บริษัทมีหนี้เดิมทั้งหมด 2,880 ล้านบาท ผลจากการเจรจาเจ้าหนี้ยอมลดหนี้ให้ 2,300 ล้านบาท คงเหลือหนี้ที่ต้องชำระทั้งหมด 520 ล้านบาท แบ่งการชำระ 5 งวด ต้องจ่ายงวดแรก 100 ล้านบาท ในเดือน มี.ค.นี้

นายวิจิตร กล่าวถึงแผนธุรกิจในอนาคตว่า บริษัทมีแนวโน้มว่าจะมีการจัดตั้งเป็นโฮลดิ้ง คอมพานี เพิ่มการดำเนินธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงความผันผวนของธุรกิจ เช่น คาดว่าภายใน 3-4 เดือนจะได้รู้ผลการทำธุรกิจพลังงานทางเลือก ซึ่งเดินหน้าเจรจาไปแล้ว 70-80% รวมถึงธุรกิจซอฟต์แวร์ด้วย

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีรายได้จากธุรกิจเหมืองถ่านหินสัดส่วน 70% และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 30% คาดว่าจะใช้เวลา 3 ปีที่จะกลับมามีรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท เหมือนที่ผ่านมา โดยปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ 400-500 ล้านบาท เพราะได้รับอานิสงส์จากนโยบายภาครัฐจะมีการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ทำให้มีความต้องการใช้หินพิเศษมากขึ้น สำหรับธุรกิจเหมืองทองคำตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการขอประทานบัตรเหมืองทองคำอยู่

ก่อนหน้านี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้บริษัทชี้แจงเรื่องการขายหุ้นในราคาต่ำให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมและแบบพีพี ซึ่งบริษัทชี้แจงว่าบริษัทต้องปรับโครงสร้างทุนให้ได้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ จะต้องมีผู้ร่วมทุนเข้ามาจำนวน 1,170 ล้านบาท แบ่งเป็นการชำระหนี้ เป็นเงินทุนหมุนเวียน และเพิ่มทุนในบริษัทย่อย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน