
อีนุงตุงนัง
จากเดิมที่เป็นเพียงปัญหาการคอร์รัปชั่นภายในประเทศ เป็นที่สนใจกันแค่คนในมาเลเซียกับประเทศเพื่อนบ้านอีกนิดหน่อยที่พอตามข่าว แต่ขณะนี้กลับกลายเป็นว่า กรณีฉาวกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจมาเลเซีย (1MDB) ได้กลายเป็นมหากาพย์ที่พัวพันไปยังหลายประเทศทั่วโลกแล้ว
จากเดิมที่เป็นเพียงปัญหาการคอร์รัปชั่นภายในประเทศ เป็นที่สนใจกันแค่คนในมาเลเซียกับประเทศเพื่อนบ้านอีกนิดหน่อยที่พอตามข่าว แต่ขณะนี้กลับกลายเป็นว่า กรณีฉาวกองทุนพัฒนาเศรษฐกิจมาเลเซีย (1MDB) ได้กลายเป็นมหากาพย์ที่พัวพันไปยังหลายประเทศทั่วโลกแล้ว
โดยปกติแล้วการติดตามพวกคดีคอร์รัปชั่นที่ไปพัวพันในต่างประเทศ มักจะเป็นการร้องขอความร่วมมือมาจากประเทศต้นทาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ในประเทศปลายทางช่วยตามรอยเงินที่ถูกยักยอกผ่องถ่ายออกไปอย่างลับๆ
แต่ในเคสนี้มีความน่าสนใจตรงที่สวิตเซอร์แลนด์ ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นสวรรค์คนหนีภาษี เพราะเคยมีกฎหมายปกป้องการเก็บความลับลูกค้าแน่นหนามาก (ปัจจุบันถูกสหรัฐกดดันให้แก้ไขแล้ว) และตามปกติมักจะไม่ชอบออกตัวโผงผาง
แต่คราวนี้อัยการสูงสุดของสวิสกลับออกมาแฉความไม่ชอบมาพากลของกองทุนวันเอ็มดีบีเอง ที่มีเงินหายไปถึง 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (กว่า 1.4 แสนล้านบาท) ซ้ำยังขอให้ทางการมาเลเซียติดตามคดีอย่างใกล้ชิด
ร้อนถึงรัฐมนตรีในรัฐบาล นาจิบ ราซัค ต้องออกมาโจมตีผ่านหนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ว่า สวิสกำลังทำผิดระเบียบพิธีทางการทูตระหว่างประเทศ ด้วยการให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงออกแถลงการณ์ผ่านสื่อถึงปัญหาภายในของมาเลเซีย และยังเป็นการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนด้วย
ไม่เพียงแต่สวิสเท่านั้น ล่าสุดวานนี้ ทางการสิงคโปร์ยังออกมาตีเหล็กร้อนด้วยการแถลงข่าวว่า ได้สั่งอายัดบัญชีจำนวนมากในธนาคารหลายแห่งในสิงคโปร์ช่วงไม่กี่เดือนมานี้ หลังพบว่าอาจเข้าข่ายการฟอกเงินซึ่งพัวพันกับกองทุนวันเอ็มดีบีในมาเลเซีย
เจอความเคลื่อนไหวแบบเชิงรุกของรัฐบาลต่างประเทศ 2 แห่งเข้าไปพร้อมๆ กันแบบนี้ เลยยิ่งทำให้รัฐบาลราซัคอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถ้ายังไม่ยอมจัดการหาผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้เสียที
ซินเธีย แกเบรียล หัวหน้ากลุ่มเอ็นจีโอต้านการคอร์รัปชั่นในมาเลเซียที่ชื่อว่า ซีโฟร์ มองเรื่องนี้ผ่านเอเอฟพีว่า จังหวะของเวลาและโทนเสียงที่ซีเรียสทั้งจากสวิสและสิงคโปร์ อาจเป็นการส่งสัญญาณว่า ทั้งสองประเทศกำลังกังวลว่ามาเลเซียจะรีบเคลียร์เรื่องนี้ให้จบๆ ไปโดยเร็ว โดยไม่ให้พาดพิงถึงราซัค ซึ่งจะส่งผล
กระทบให้คดีทั้งหมดที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เจ๊งไปตามๆ กันด้วย
เพราะก่อนหน้านี้ไม่นาน อัยการสูงสุดมาเลเซียเพิ่งแถลงเคลียร์คดีให้ราซัค กรณีเงินลึกลับโอนเข้าบัญชีส่วนตัว 681 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 2 หมื่นล้านบาท ว่าไม่มีอะไรผิด เพราะเป็นการให้เป็นการส่วนตัวมาจากราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย ทั้งที่หลายฝ่ายยังตั้งคำถามที่ไม่กระจ่างอีกหลายเรื่อง แม้แต่ซาอุฯ ก็ไม่มีการให้รายละเอียดในเรื่องนี้
ถ้าเคลียร์ไม่ดี แถมเศรษฐกิจก็ยังลูกผีลูกคน เห็นทีปีนี้อาจมีม็อบใหญ่อีกครั้งแน่ค่ะ







