
PVDโยกซบRMFทหารไทยอื้อ
บลจ.ทหารไทย เผยกลุ่มคงเงินสำรองเลี้ยงชีพในระบบ โยกเงินเข้า RMF ร่วม 100 ล้าน
บลจ.ทหารไทย เผยกลุ่มคงเงินสำรองเลี้ยงชีพในระบบ โยกเงินเข้า RMF ร่วม 100 ล้าน
นายไพศาล ครุฑดำรงชัย รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ทหารไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีสมาชิกที่คงเงินไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ในระบบได้โอนเงินลงทุนเข้ามายังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) ของบริษัทแล้วประมาณ 100 ล้านบาท นับตั้งแต่เปิดให้บริการช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมา
“จุดเด่นของ บลจ.ทหารไทย มีกองทุนอาร์เอ็มเอฟที่มีนโยบายการลงทุนหลากหลาย สามารถเลือกลงทุนได้ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนที่ลงทุนต่างประเทศ รวมทั้งยังสามารถเปลี่ยนนโยบายการลงทุนได้ทุกวันอีกด้วย” นายไพศาล กล่าว
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีสมาชิกที่คงเงินไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่าสามารถย้ายโอนมายังกองทุนอาร์เอ็มเอฟได้ บริษัทจึงต้องเร่งเผยแพร่ข้อมูลให้สมาชิกกลุ่มนี้ทราบ นอกจากนี้สำหรับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั่วไป หลายคนยังไม่ทราบความสำคัญของการเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนในระยะยาว
นายไพศาล กล่าวว่า สำหรับมุมมองการลงทุนในปีนี้ บริษัทยังมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นต่างประเทศและมองเป็นโอกาสดีในการลงทุนหุ้นจีนที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธุรกิจ New Economy ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเติบโตของประชากรและการใช้จ่ายเพื่อการบริโภค รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เนื่องจากกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบน้อยกว่าในช่วงที่ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลง ต่างจากกลุ่ม Old Economy ที่เน้นลงทุนหุ้นธนาคาร บริษัทประกัน อสังหาริมทรัพย์ รัฐวิสาหกิจ รวมถึงโภคภัณฑ์ ที่ได้รับผลกระทบมากในช่วงเศรษฐกิจไม่ดี
นอกจากนี้ ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อการลงทุนหุ้นญี่ปุ่นและหุ้นยุโรป รวมทั้งแนะนำให้กระจายสินทรัพย์ลงทุน โดยบริษัทแนะกองทุนเปิดทหารไทย Global Quality Growth Global Quality Growth ซึ่งมี Wellington เป็นผู้จัดการกองทุนหลัก และหากต้องการหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นแนะนำกองทุนอสังหาริมทรัพย์ โดยส่วนใหญ่รายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอจากรายได้ค่าเช่าสินทรัพย์ ซึ่งให้ผลตอบแทนประมาณ 5-6%
“บลจ.ทหารไทย มีกองทุนเปิดทหารไทย พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม พลัส ที่ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ผลตอบแทนปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสนใจและจ่ายเงินปันผลทุก 3 เดือน” นายไพศาล กล่าว
สำหรับตราสารหนี้ปัจจุบันผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 2-3% หากเป็นการลงทุนตราสารหนี้กลุ่มไฮยิลด์บอนด์ แม้จะมีผลตอบแทนสูงกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงเรื่องเครดิต ซึ่งต้องระมัดระวังพอสมควร โดยเฉพาะไฮยิลด์บอนด์ในต่างประเทศ ส่วนหุ้นกู้เอกชนในประเทศโอกาสผิดนัดชำระหนี้มีน้อย &O5532;







