
หนีตาย!ทรูเพิ่มทุน
TRUE เพิ่มทุนครั้งมโหฬารกว่า 60% โบรกฯ ชี้ตอกย้ำจ่ายค่าประมูล ทริสรอดูผลเพิ่มทุน
TRUE เพิ่มทุนครั้งมโหฬารกว่า 60% โบรกฯ ชี้ตอกย้ำจ่ายค่าประมูล ทริสรอดูผลเพิ่มทุน
หุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ทรุดลงทันที ตั้งแต่เปิดการซื้อขายของวันที่ 1 ก.พ. 2559 ที่ผ่านมา หลังจากคณะกรรมการบริษัทมีมติเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 1.5 หมื่นล้านหุ้น ประมาณ 60.95% ของทุนจดทะเบียนในปัจจุบัน 24,607.93 ล้านหุ้น ทำให้ราคาหุ้นระหว่างวันดิ่งลงไปต่ำสุดที่ 6.25 บาท แต่ฟื้นมาปิดที่ 6.60 บาท ติดลบ 0.50 บาท หรือ 7.04% ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 3,571 ล้านบาท ขณะที่บริษัทจะกำหนดราคาขายหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นเดิม คำนวณจากราคาของเดือน มี.ค. และมีส่วนลด 10%
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต เปิดเผยว่า การเพิ่มทุนของ TRUE จำนวน 6 หมื่นล้านบาทตลาดมองว่าเป็นข่าวลบ เพราะจำนวนหุ้นที่เพิ่มทุนครั้งนี้จะทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น หรือไดรูชั่นประมาณ 38% และการเพิ่มทุนก็เป็นแนวทางที่จะต้องทำ เพื่อที่จะรักษาไม่ให้สัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนหักภาษีค่าเสื่อมและดอกเบี้ย (อีบิตดา) ไม่เกิน 2 เท่า และเพื่อให้ฐานทุนมีความแข็งแกร่งมากขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่าจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นจะกดกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ให้ลดลงในระยะสั้น
“TRUE เพิ่มทุนก้อนมโหฬาร สะท้อนว่าจ่ายค่าประมูลใบอนุญาต 4จี ที่ชนะการประมูลมาได้แน่นอน และเมื่อทุกอย่างผ่านไป ก็จะเป็นผู้ให้บริการที่มีความแข็งแกร่งเหนือคู่แข่ง ส่วนการกำหนดราคาที่จะขายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิม บอกไว้มีเงื่อนไขอย่างชัดเจน เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะอยู่ในประมาณการที่ทรูคิดไว้อย่างรอบคอบและรัดกุมแล้ว ซึ่งเมื่อได้ทุนมาตามที่คาดก็จะทำให้ทรูมีศักยภาพอย่างมากในการทำธุรกิจ”
สำหรับกรณี บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ราคาหุ้นก็รูดลงแรง 3.85% หรือ 0.12 บาท ปิดที่ 3 บาท นายพิชัย กล่าวว่า ขณะนี้ตลาดยังจับตาดูว่าสถาบันการเงินจะออกแบงก์การันตีให้หรือไม่ แต่ยังพอมีเวลา เพราะจะครบกำหนดในวันที่ 22 มี.ค. 2559
ทั้งนี้ หากดูงบการเงินของ JAS บริษัทอาจไม่จำเป็นต้องมีพันธมิตร สถาบันการเงินก็สามารถปล่อยกู้ได้ แต่เชื่อว่าสถาบันการเงินเองก็อยากให้ JAS มีพันธมิตรก่อน และอาจจะต้องรอ เพื่อให้ JAS เปิดตัวพันธมิตรก่อนจึงจะตัดสินใจในการปล่อยกู้และออกแบงก์การันตีให้ ซึ่งกรณีนี้อาจจะเป็นไปได้ที่ธนาคารจะสนับสนุนในลักษณะการปล่อยกู้ร่วม หรือซินดิเคทโลน ซึ่งก็คงจะต้องรอดูความชัดเจนต่อไป
อย่างไรก็ตาม หาก JAS ไม่สามารถจ่ายค่าใบอนุญาตได้ เงินมัดจำ 645 ล้านบาท ก็จะถูกยึด ส่วนใบอนุญาตที่ชนะมาคาดว่ากสทช.คงไม่นำออกมาประมูลในเวลาที่เร็ว เพราะราคาที่ชนะไป 7.5 หมื่นล้านบาทถือเป็นราคาอ้างอิงมาตรฐานไปแล้ว ขณะที่บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ที่บอกผู้ถือหุ้นว่าราคาที่มีการประมูลที่ 7.5 หมื่นล้านบาท เป็นราคาที่สูงเกินไป หาก JAS สะดุด ก็จะไม่เข้าประมูลอีก หากเป็นอย่างนี้ TRUE จะมีเวลาขยายเครือข่าย และสามารถทำประโยชน์จากใบอนุญาตที่ชนะมาได้เต็มที่ การเพิ่มทุนของ TRUE จึงเป็นเรื่องที่ดีในระยะยาว
บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า TRUE ประกาศเพิ่มทุนเร็วกว่าคาดการณ์ไว้ เพื่อให้ธนาคารมีความมั่นใจในการออกแบงก์การันตี นำไปจ่ายค่าใบอนุญาตคลื่น 900 MHz งวดแรก พร้อมแนะหลีกเลี่ยงการลงทุนในช่วง 1 เดือนนับจากนี้ เนื่องจากผู้ถือหุ้นบางส่วนอาจไม่พอใจต่อการเพิ่มทุน
“ราคาหุ้น TRUE ในกระดาน ควรอยู่ที่ 6-7 บาท เพื่อจูงใจผู้ถือหุ้นให้ใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน หากราคากระดานต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) ที่ 4 บาท จะไม่น่าสนใจลงทุน”
บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า ถ้าการเพิ่มทุนครั้งนี้สำเร็จ ปัจจัยพื้นฐานหุ้น TRUE จะน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิม และบริษัทไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี
บล.บัวหลวง ระบุว่า การเพิ่มทุนของ TRUE จะทำให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งมากขึ้น เพราะหากไม่เพิ่มทุน จะทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนหรือ D/E สูงเกิน 2 เท่า แตะระยะนี้แนะนำขาย TRUE คาดว่าปีนี้จะพลิกขาดทุน 5,200 ล้านบาท เพราะบริษัทต้องลงทุนจำนวนมาก จากที่ต้องจ่ายค่าใบอนุญาต 2 ใบ การลงทุนโครงข่าย ทำให้ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ ให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2559 อยู่ที่ 4 บาท
น.ส.ชนาพร ปิ่นพิทักษ์ นักวิเคราะห์ บริษัท ทริสเรทติ้ง กล่าวว่า TRUE เพิ่มทุนถือว่าอยู่ในการคาดหมาย ซึ่งทริสยังไม่มีการปรับเปลี่ยนใดๆ กับ TRUE จะรอดูผลการเพิ่มทุนว่าสำเร็จหรือไม่ อันดับเดิมที่ให้ไว้เมื่อเดือน ต.ค. 2558 ที่ BBB+ เกิดขึ้นก่อนชนะประมูล และการเพิ่มทุนเพื่อทำให้โครงสร้างทุนเข้มแข็ง ส่วนทรูมูฟ เอช ที่จะออกหุ้นกู้ระยะสั้น 2 หมื่นล้านบาท อันดับเครดิตองค์กรอยู่ที่ BBB+







