
แอสเซนด์ฯยันอี-คอมเมิร์ซยังโตมาก
ถือว่าเป็นปีทองสำหรับธุรกิจออนไลน์เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซในชื่อ ไอทรูมาร์ท (iTruemart) และ วีเลิฟช้อปปิ้ง (WeLoveShopping) ซึ่งปีที่ผ่านมาโตขึ้นมากกว่า 65% และจะขยายไปยังประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีอย่างต่อเนื่อง
ถือว่าเป็นปีทองสำหรับธุรกิจออนไลน์เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซในชื่อ ไอทรูมาร์ท (iTruemart) และ วีเลิฟช้อปปิ้ง (WeLoveShopping) ซึ่งปีที่ผ่านมาโตขึ้นมากกว่า 65% และจะขยายไปยังประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีอย่างต่อเนื่อง
ปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2558 บริษัทมียอดคำสั่งซื้อสินค้าเฉลี่ย 65% ต่อวัน จำนวนการสั่งเฉลี่ยวันละ 1.4 หมื่นรายการ สูงสุด 3 หมื่นรายการ และกว่า 50% ลูกค้าจะกลับมาซื้อสินค้าเพิ่มเติม ถือว่าประสบความสำเร็จในการสร้างฐานลูกค้าใหม่จากการเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ชั้นนำต่างๆ
“การเชื่อมโยงกันระหว่างไอทรูมาร์ท ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกออนไลน์ ที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการกับผู้บริโภค และวีเลิฟช้อปปิ้งที่เป็นตลาดสินค้าออนไลน์สำหรับธุรกิจขนาดย่อม เพื่อให้มีพื้นที่ขายสินค้ามากขึ้น โดยการจัดส่งสินค้าที่รวดเร็วถึง 98% ในเขต กทม.และได้รับสินค้าภายใน 2 วันเขตต่างจังหวัด ทำให้บริษัทได้รับความพึงพอใจจากลูกค้า ทำให้การใช้งานเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว” ปุณณมาศ กล่าว
บริษัทได้นำกลยุทธ์เดียวกันนี้ไปปรับใช้กับคนอีกหลายล้านรายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคธุรกิจรองรับการเปิดเออีซี โดยสิ่งสำคัญในการให้บริการธุรกิจออนไลน์ คือ การสร้างประสบการณ์ในการจัดส่งสินค้าให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวช่องทางอี-คอมเมิร์ซอย่างเป็นทางการ จากที่มียอดสั่งซื้อเพียงไม่กี่ร้อยรายต่อวัน กลายเป็นเพิ่มแบบรวดเร็วถึง 700% ด้วยกลยุทธ์จัดส่งที่รวดเร็วและนำเสนอสินค้าทันสมัย ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มรวดเร็ว ด้านวีเลิฟช้อปปิ้งก็โตเกือบ 300% ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา มีผู้ขายรายใหม่เพิ่มกว่า 1,300 ราย และทำสัญญากับผู้ขายรายใหม่เพิ่มขึ้น ช่วยกระตุ้นยอดการสั่งซื้อให้มีแนวโน้มดี
ทั้งนี้ บริษัทเพิ่งเปิดตัวบริการทั้งไอทรูมาร์ทและวีเลิฟช้อปปิ้งที่ประเทศฟิลิปปินส์ ถือว่าเป็นการก้าวเข้าสู่ตลาดหลักอีกแห่งที่มีโอกาสเติบโตและทิศทางที่ดี เพราะประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือว่ามีโอกาสการซื้อขาย จากแนวโน้มหรือเทรนด์โมบายที่โตอย่างรวดเร็วด้วย







