
ไดกิ้นเล็งเพิ่มยอดขาย30%
โพสต์ทูเดย์
— ไดกิ้น สบช่องเศรษฐกิจฟื้น อากาศร้อนยาวนาน เล็งปรับเป้ารายได้ขึ้น 30% จาก 10% แถมตลาดส่งออกฉลุยล้นกำลังการผลิตแหล่งข่าวจากบริษัท สยามไดกิ้น เซลส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องปรับอากาศภายใต้แบรนด์ไดกิ้น เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมายอดส่งออกของบริษัทมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 50
–60% ซึ่งประเทศที่มียอดสั่งซื้อสูง ได้แก่ อินเดีย ที่มีปริมาณสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 400% สิงคโปร์ มาเลเซีย เติบโต 200% เป็นต้น แม้แต่ยอดขายภายในประเทศก็มีอัตราการเติบโตไปในทิศทางเดียวกับการส่งออก โดยมีอัตราการเติบโตถึง 200% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมา“
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2552 ปัญหาเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก ส่งผลให้ยอดขายลดลงจากปี 2551 ราว 5–6% แต่ปีนี้เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว จึงมียอดสั่งซื้อเติบโตสูงกว่าปกติ” แหล่งข่าวเปิดเผยด้านภาพรวมยอดขายของบริษัทแบ่งเป็น 90% ส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก และ 10% เป็นยอดขายภายในประเทศ ซึ่งในปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวมประมาณ 4 หมื่นล้านบาท และในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตภายในประเทศเพียง 10% แต่หลังจากยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกมีอัตราการเติบโตสูง หรือมียอดขาย 2,500 ล้านบาท บริษัทจึงมีแผนจะปรับเป้าเติบโตขึ้นเป็น 30%
อย่างไรก็ตาม จากความต้องการเครื่องปรับอากาศทั่วโลกอันเนื่องมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เห็นได้ชัดเจนในประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนมากและยาวนานมากขึ้นในประเทศไทย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขายเครื่องปรับอากาศไดกิ้นเติบโตสูงมาก จนทำให้บริษัทต้องเร่งผลิตเครื่องปรับอากาศจนเต็มกำลังการผลิตแล้ว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการขายสินค้าผ่านโครงการต่างๆ เช่น แสนสิริ แลนด์แอนด์ เฮ้าส์ ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายภายในประเทศราว 30% คาดว่าในปีนี้ยังมียอดขายผ่านโครงการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการเติบโต ตามสภาวะเศรษฐกิจ
แผนการตลาดในครึ่งปีหลังนี้ บริษัทจะเน้นทำการตลาดผ่านตัวแทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์ทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นการทำตลาดถึงตัวผู้บริโภค และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคเสมอมา
สำหรับผลการสำรวจพบว่ามูลค่าตลาดเครื่องปรับอากาศในประเทศไทยปีนี้ อยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท หรือ 1 ล้านยูนิต เติบโตจากปีที่ผ่านมาราว 30
–35% ส่วนประเทศที่ไทยส่งออกเครื่องปรับอากาศมากที่สุด 5 อันดับแรก เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เช่น ออสเตรเลีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตามลำดับ และในเดือน มิ.ย. มูลค่าการส่งออกยังเติบโตต่อเนื่องในทุกตลาดยกเว้น ประเทศเวียดนาม






