
พรศริน เมธีวัชรานนท์ ลูกค้าของมาเซราติแตกต่างจากซูเปอร์คาร์!!!
....พิสันต์ อิทธิวั?นกุล
เป็นเวลาร่วม 2 ปีแล้วที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในแวดวงรถสปอร์ตเมืองไทย กับการหยุดเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เฟอร์รารีของบริษัท เฟอร์ม่า มอเตอร์ สปอร์ต และหันมาทำตลาดรถยนต์มาเซราติเพียงยี่ห้อเดียว พร้อมการเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นบริษัท เอ็มไพร์ มอเตอร์ สปอร์ต อย่างเป็นทางการ
พรศริน เมธีวัชรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มไพร์ มอเตอร์ สปอร์ต ตัวแทนจำหน่ายและบริการรถยนต์มาเซราติ สปอร์ตคาร์สุดหรูจากประเทศอิตาลี ย้อนอดีตให้ฟังว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2551 ส่งผลให้เธอตัดสินใจนำชื่อบริษัทที่มารดาเป็นผู้ก่อตั้งกลับมาใช้อีกครั้ง หลังการเสียชีวิตของมารดา ขณะที่เฟอร์ม่าก็ยังคงอยู่ โดยไม่ได้ทำอะไรอย่างจริงจัง
นอกเหนือจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์มาเซราติแล้ว เธอยอมรับว่ายังมีการให้บริการและดูแลรถยนต์เฟอร์รารีอยู่บ้าง โดยไม่ได้ทำการจำหน่าย เนื่องจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายเฟอร์รารีมาอย่างยาวนาน ลูกค้าหลายรายที่ซื้อรถที่เฟอร์ม่าก็ยังตัดสินใจที่จะเข้ามารับการบริการที่โชว์รูมอยู่ จึงไม่สามารถปฏิเสธที่จะดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ได้
ขณะที่ยอดจำหน่ายรถยนต์มาเซราตินั้น เธอบอกว่า ในฐานะมือใหม่ที่เข้ามาดูตลาดอย่างจริงจังเต็มปีในปี 2553 ที่ผ่านมา และสามารถทำยอดจำหน่ายได้ถึง 12 คันนั้น บริษัทแม่มีความพอใจกับยอดดังกล่าวมาก ทำให้เอ็มไพร์สามารถสั่งสินค้าใหม่เข้ามาตอบรับความต้องการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
“
ล่าสุดเราสั่งแกรนคาบริโอเข้ามาจำหน่าย จริงๆ แล้วรถเราเข้ามาตั้งแต่เดือน เม.ย. แต่สถานการณ์ไม่เหมาะที่จะเปิดตัว เราก็เลยชะลอไว้ก่อน ซึ่งถามว่าเราประสบความสำเร็จ เพราะเรามองหากลุ่มลูกค้าของเราได้ถูก ลูกค้าเราไม่ได้อยากได้ซูเปอร์คาร์ เห็นได้จากเครื่องยนต์ที่เรายังใช้ วี 8 ขณะที่คู่แข่งไป วี 12 หมดแล้ว แต่เราต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้าว่าต้องการอะไร”เธอบอกว่า ลูกค้าของมาเซราติต้องการความแตกต่างของสินค้า ต้องการรถยนต์สปอร์ต 4 ที่นั่ง ที่สามารถนั่งได้จริง ซึ่งลูกค้าดังกล่าวไม่ใช่กลุ่มแมสอย่างแน่นอน เพราะบริษัทแม่เองก็ไม่ได้ผลิตรถเพื่อจำหน่ายแบบแมสอยู่แล้ว
พรศริน บอกว่า ปีนี้เป็นปีที่น่าเสียดาย เนื่องจากการเมืองในช่วงต้นปีทำให้ต้องปรับเป้าลดลงจากเป้าหมายเดิม 15 คัน ลงมาเหลือ 12 คัน เท่าปีที่ผ่านมา เพราะการเปิดตัวแกรนคาบริโอที่ล่าช้าไป ประกอบกับลูกค้ารายแรกที่จองไว้ก็ได้รับผลกระทบ ทำให้ขอถอนการจอง บริษัทก็เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นและได้คืนเงินจองไป อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในช่วงครึ่งหลังของปีสถานการณ์น่าจะดีขึ้น
สำหรับแนวทางในการขยายธุรกิจใหม่นั้น เธอบอกว่า อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อขอสิทธิการจำหน่ายซูเปอร์คาร์อีก 1 ยี่ห้ออยู่ ซึ่งล่าสุดทางเจ้าของแบรนด์ยืนยันว่าเอ็มไพร์ยังเป็นหนึ่งในบริษัทที่น่าสนใจ และอาจจะได้รับการคัดเลือกได้ในอนาคต โดยเธอคาดว่าไม่น่าจะเกินปีหน้า คงได้ข้อสรุปว่าเอ็มไพร์จะได้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์อีกแบรนด์หรือไม่
ทั้งนี้ หากได้รับการคัดเลือกจริง เอ็มไพร์ก็พร้อมที่จะทุ่มงบประมาณเพื่อก่อสร้างโชว์รูมแยกต่างหากจากโชว์รูมที่ถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งใช้เป็นทั้งโชว์รูมและศูนย์บริการหลักเพื่อดูแลลูกค้า ขณะที่โชว์รูมอีกแห่งบนสยามพารากอนนั้น ก็ยังดำเนินการต่อไปเหมือนปกติทุกประการ
และนี่คืออีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจและน่าจับตามองว่าบริษัทแห่งนี้จะดำเนินต่อไปในทิศทางใด ท่ามกลางอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เคลื่อนตัวอย่างรุนแรงและเชี่ยวกรากในปัจจุบัน!!!







