posttoday
เคล็ดลับ ‘คาเนะโมจิ’  อร่อยมัดใจคนอาเซียน

เคล็ดลับ ‘คาเนะโมจิ’ อร่อยมัดใจคนอาเซียน

02 กุมภาพันธ์ 2559

ทุกวันนี้เทรนด์ขนมสีสันสวยงาม นอกจากจะต้องมีรสชาติอร่อยแล้ว การจัดแพ็กเกจจิ้งให้น่ารับประทาน

โดย...รัชนีกร รัตนชัยฤทธิ์

ทุกวันนี้เทรนด์ขนมสีสันสวยงาม นอกจากจะต้องมีรสชาติอร่อยแล้ว การจัดแพ็กเกจจิ้งให้น่ารับประทาน ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน “คาเนะโมจิ” ขนมแบรนด์ไทยชื่อญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สามารถคงเอกลักษณ์รสชาติและความอร่อย จนปัจจุบันมีถึง 25 สาขาในประเทศไทย และยังขยายแฟรนไชส์ออกไปสู่ประเทศกลุ่มอาเซียน

ชานน อนันต์วิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี-สแควร์ ฟู้ด แอนด์ คอนเฟคชั่นเนอรี่ เล่าถึงจุดเริ่มต้นกว่าจะมาเป็นคาเนะโมจิในวันนี้ว่า ได้ไอเดียการทำขนมมาเมื่อครั้งเรียนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ที่มีเพื่อนแนะนำให้ลองทานขนมสไตล์นี้ เมื่อกลับมาเมืองไทยเขาคิดจะทำธุรกิจขนม และใช้เวลาปรับปรุงสูตรนานกว่า 1 ปี จนกระทั่งได้สูตรที่ลงตัว ขณะที่ตลาดขนมในเมืองไทยตอนนั้นยังมีคนขายโมจิไส้ไอศกรีมอยู่ไม่มากนัก จึงเห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะที่จะเริ่มเปิดตลาดในประเทศ

สำหรับที่มาของแบรนด์ชื่อญี่ปุ่นน่ารักนี้ ที่จริงแล้วมีความหมายอันเป็นมงคล ในภาษาญี่ปุ่นนั้น “คาเนะโมจิ” แปลว่า เศรษฐี เป็นความหมายที่ดี และสอดคล้องกับตัวสินค้า

ชานน ทำตลาดขนมโมจิในประเทศมาระยะหนึ่ง หลังจากประสบความสำเร็จในเมืองไทย ชานน ได้รับการติดต่อจากนักธุรกิจในชาติอาเซียน ที่ต้องการซื้อแฟรนไชส์ไปเปิดในประเทศเหล่านั้น จุดนี้เองทำให้คาเนะโมจิก้าวไกลออกไปสู่ตลาดอาเซียน

ปัจจุบัน คาะเนะโมจิ เปิดสาขาใน 3 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ กัมพูชา และมาเลเซีย และมียอดขายที่น่าสนใจ

ชานน บอกว่า การขยายธุรกิจในต่างประเทศจำเป็นต้องตีโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคท้องถิ่นให้แตกก่อน สำหรับในประเทศกัมพูชาค่อนข้างจะตามเทรนด์ประเทศไทยอยู่แล้ว และชาวกัมพูชาชื่นชอบสินค้าไทย เพราะเชื่อว่ามีคุณภาพดี แต่ยังไม่ค่อยรู้จักขนมประเภทนี้นัก

“เมื่อผู้บริโภคในตลาดเป้าหมายไม่รู้จักสินค้าของเรา เราก็จะต้องแนะนำให้เขารู้จัก ให้ทดลองชิม ส่วนเรื่องรสนิยมความชอบนั้น คนกัมพูชาชอบรสเค็มและเปรี้ยว ดังนั้นรสชาติที่ขายดีคือ มะนาวและบลูเบอร์รี่” ชานน อธิบาย

ส่วนตลาดสิงคโปร์และมาเลเซีย ลูกค้าค่อนข้างจะรู้จักขนมแบบนี้อยู่แล้ว ทำให้ไม่ต้องสื่อสารอธิบายความกันมากนัก ผู้บริโภคก็จะเข้ามาซื้อ และด้วยรสชาติความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ของคาเนะโมจิ ทำให้สามารถยืนหยัดอยู่ในตลาดสิงคโปร์ที่มีคู่แข่งขนมนี้อยู่แล้วได้

อย่างไรก็ตาม ชานน ได้ปรับลักษณะร้านแฟรนไชส์ในสิงคโปร์ให้แตกต่างจากที่อื่นๆ เล็กน้อย โดยจะเป็นคีออสก์ ไม่ได้เป็นร้านนั่งเหมือนประเทศอื่น ซึ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนสิงคโปร์ที่ต้องเร่งรีบตามแบบฉบับคนเมือง

ขณะที่ในมาเลเซีย มีสาขาที่เมืองปีนัง ซึ่งช่วยให้คาเนะโมจิสามารถจับลูกค้ากลุ่มนักท่องเที่ยวได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากปีนังเป็นเมืองท่องเที่ยว และผลตอบรับจากสาขาปีนังที่ค่อนข้างดี ทำให้มีแผนการกระจายแฟรนไชส์ไปสู่เมืองหลวงของมาเลเซียอย่างกรุงกัวลาลัมเปอร์ต่อไป

ชานน เปิดเผยถึงไอเดียดีไซน์ร้านในแต่ละประเทศว่า เขาต้องการให้แต่ละประเทศมีการตกแต่งร้านในรูปแบบที่แตกต่างกัน เพื่อสะท้อนถึงกลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศนั้นๆ

ดังนั้น จะเห็นว่าร้านของคาเนะโมจิในแต่ละประเทศจะมีสไตล์หลากหลาย แต่จะมีบางส่วนที่เป็นจุดสำคัญที่ต้องเหมือนกัน ได้แก่ โลโก้ รวมถึงการจัดวางสินค้าที่ต้องมีรูปแบบเหมือนกัน เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทำให้คนรู้ว่านี่คือร้านคาเนะโมจิ

สำหรับขนมคาเนะโมจินั้น มุ่งเน้นจับกลุ่มวัยรุ่นและคนวัยทำงาน แต่ที่จริงแล้วก็เป็นขนมที่รับประทานได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กจนถึงผู้ใหญ่ หรือพ่อแม่จูงลูกมาทาน เด็กเล็กๆ เองก็ชอบทานอาหารประเภทนี้

“ทุกวันนี้ต้องยอมรับว่าอำนาจของสื่อออนไลน์มีผลต่อการตัดสินใจใช้จ่ายของผู้บริโภคค่อนข้างมาก และผู้คนต่างใช้เวลาอยู่กับตรงนี้มาก ถ้านับรวมเวลาในการใช้งานของผู้คนในสื่อออนไลน์และโทรศัพท์ในแต่ละวันคงเป็นหลักชั่วโมงแน่ๆ ตรงนี้ทำให้เรามุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก โซเชียลมีเดียต่างๆ และสื่อที่ลงทุนไม่สูงนัก” ชานน เล่าถึงกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์สินค้า

นอกจากนี้ ราคาเองเป็นปัจจัยสำคัญในการขาย ดังนั้นจึงต้องอาศัยกลยุทธ์การตลาด โดยการจัดโปรโมชั่นและร่วมงานแสดงสินค้าควบคู่ไปด้วย

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในปัจจุบัน ชานน ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อยอดขายค่อนข้างมาก   คาเนะโมจิก็พยายามปรับเปลี่ยนเพื่อกระตุ้นยอดขาย เช่น เมื่อก่อนไม่มีเมนูที่จัดเป็นเซต ปัจจุบันก็มีเมนูเหล่านี้ขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการและตามเทรนด์ผู้บริโภค

ขณะที่อุปสรรคในการทำธุรกิจในต่างประเทศ ชานน ชี้ว่าอาจมีบ้างในบางประเทศ เช่น สิงคโปร์ที่ค่อนข้างเข้มงวดในการนำเข้าของสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร ประเทศสิงคโปร์ค่อนข้างคำนึงถึงความปลอดภัยและมีมาตรฐานที่สูงมาก ดังนั้นจึงต้องคัดเลือกวัตถุดิบเพื่อผลิตอาหารให้มีคุณภาพ

ขณะเดียวกัน การขยายธุรกิจออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านนั้น การเลือกคู่ค้าหรือการมีพันธมิตรถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา หลักสำคัญที่ต้องยึดถือจะต้องเลือกพันธมิตรที่มีศักยภาพมากที่สุด เพื่อให้สามารถกระจายสินค้าได้ดี เพื่อทำให้ยอดขายเติบโต

ในอนาคตนั้น ชานน ตั้งเป้าว่าจะมองหาโอกาสขยายในต่างประเทศต่อไป พร้อมจะเพิ่มเมนูที่หลากหลายในตลาดต่างแดน โดยตั้งความหวังว่าจะกระจายแฟรนไชส์ “คาเนะโมจิ” ออกไปให้ครอบคลุมประเทศต่างๆ ในอาเซียนให้มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน