
SET Index อยู่ในโหมดฟื้นตัว เป้า 1,340
จากภาพอึมครึมเต็มไปด้วยเรื่องลบ มาในวันนี้บรรยากาศการลงทุนเริ่มมีสีสันสดใส SET Index อาจกำลังเข้าสู่โหมด Rally วิ่งขึ้นเรื่อยๆ แบบน่าประหลาดใจ จุดสำคัญอยู่ตรงที่ปัจจัยลบที่ครอบคลุมตลาด มีแต่เรื่องเดิมๆ เช่น ความกังวลเรื่องผลผลิตและราคาน้ำมัน ความกังวลเศรษฐกิจจีน ความกังวลเรื่องเงินหยวน ทั้งหมดนี้ ตลาดน่าจะซึมซับ และรับรู้กันไปมาก
จากภาพอึมครึมเต็มไปด้วยเรื่องลบ มาในวันนี้บรรยากาศการลงทุนเริ่มมีสีสันสดใส SET Index อาจกำลังเข้าสู่โหมด Rally วิ่งขึ้นเรื่อยๆ แบบน่าประหลาดใจ จุดสำคัญอยู่ตรงที่ปัจจัยลบที่ครอบคลุมตลาด มีแต่เรื่องเดิมๆ เช่น ความกังวลเรื่องผลผลิตและราคาน้ำมัน ความกังวลเศรษฐกิจจีน ความกังวลเรื่องเงินหยวน ทั้งหมดนี้ ตลาดน่าจะซึมซับ และรับรู้กันไปมาก
เมื่อปัจจัยลบที่ครอบตลาดมีแต่เรื่องเดิม และไม่ได้มีปัจจัยลบใหม่ๆ ที่เข้ามากระแทกตลาด ดัชนีก็สามารถที่จะดีดตัวเด้งกลับขึ้นมาได้ เช่นเดียวกับราคาน้ำมันเมื่อแรงกดดันทุกอย่างเป็นเรื่องเก่า ถึงจุดที่ราคาซึมซับทุกอย่างไว้จนอิ่มตัว มันก็ต้องดีดตัวแรงเป็นธรรมดา
ในสภาวะปัจจุบันมองว่า SET Index กำลังอยู่ในโหมดของการฟื้นตัว และมีโอกาสที่จะ Rally วิ่งเกิน 1,300 จุด และอาจไปได้ถึง 1,340 จุด ปัจจัยที่น่าจะหนุนตลาดในระยะสั้น มองว่ามีอยู่ 2 เรื่องเด่นๆ คือ การฟื้นตัวของราคาน้ำมัน ซึ่งตอนนี้กระแสยังแรงมาก มีข่าวบวกมาเติมไม่เว้นแต่ละวัน อีกเรื่องคือ แนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาท โดยเงินบาทไทยแข็งค่าต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค. 2559-ปัจจุบันกว่า 1.49% ถือเป็นการแข็งค่าเป็นอันดับ 2 เมื่อเทียบกับสกุลอื่นๆ ในภูมิภาคที่ปรับแข็งค่าในช่วงเวลาดังกล่าวกัน โดยริงกิตของมาเลเซียแข็งค่ามากที่สุดกว่า 5.17% ส่วนสิงคโปร์ดอลลาร์ 0.95% วอนเกาหลี 0.82% รูเปียห์ของอินโดนีเซีย 0.63%
ภาพของการแข็งค่าของสกุลเงินต่างๆ บ่งชี้ถึงกระแสการเก็งกำไรค่าเงินในภูมิภาคได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในส่วนของมาเลเซีย โดยได้รับสนับสนุนจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมัน ซึ่งมาเลเซียมีสัดส่วนการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ 40% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมด ในส่วนของเงินบาทไทยที่แข็งค่าเป็นอันดับสอง น่าจะมีปัจจัยเก็งกำไรจากการที่เป็นประเทศที่มีดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นบวก ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคมีดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นลบ
ล่าสุดเงินบาทได้ตัวช่วยจากการที่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงนโยบายการเงิน พร้อมประกาศอัตราดอกเบี้ยติดลบ 0.1% สำหรับสถาบันการเงินที่จะนำเงินมาฝากไว้กับ BOJ ขณะเดียวกัน BOJ ยังเปิดโอกาสที่จะขยายวงเงินในการเข้าซื้อสินทรัพย์ต่างๆ จากเดิมที่ 80 ล้านล้านเยน/ปี มติดังกล่าวของ BOJ ถือเป็นการ Sentiment บวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นเงินลงทุนของญี่ปุ่นออกสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการเพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ระบบ และมีแนวโน้มที่จะเกิด Yen Carry Trade ดังจะเห็นได้จากปฏิกิริยาตอบรับที่เกิดขึ้นในตลาดเงิน สกุลเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์อ่อนค่าแรง 1.32% ทันที ส่งผลให้เงินบาทเมื่อเทียบกับเยนแข็งค่า 1.45% โดยในส่วนของค่าเงินบาท นอกจากปัจจุบันจะมีแรงหนุนจากกระแสเงินไหลเข้าเพื่อเก็งค่าเงินแล้ว ยังมาได้เรื่อง BOJ เป็นตัวช่วยอีก ทำให้เงินบาทมีโอกาสสูงที่จะแข็งค่าต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ 35.75 บาท/ดอลลาร์ คาดว่าระยะสั้นนี้บาทไม่น่าจะพลิกไปอ่อนได้ง่ายๆ
การแข็งค่าของเงินบาท ถือเป็นสัญญาณบวกต่อความคาดหวังที่จะเห็นกระแสเงินทุนไหลเข้า แม้ว่าตั้งแต่ต้นปี 2559-ปัจจุบัน จะยังไม่เห็นนักลงทุนต่างประเทศเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ (สะสมตั้งแต่ต้นปี 2559 ยังเป็นขายสุทธิกว่า 1 หมื่นล้านบาท) แต่ในส่วนของตราสารหนี้ นักลงทุนต่างประเทศมีการเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องในช่วง 4 วันที่ผ่านมากว่า 3.6 หมื่นล้านบาท โดยเป็นระยะสั้น (ต่ำกว่า 1 ปี) สูงถึง 3.2 หมื่นล้านบาท บ่งบอกว่าเงินที่เข้ามาในช่วงสัปดาห์นี้เน้นไปที่การเก็งกำไรจากค่าเงินเป็นหลัก บ่งบอกว่านักลงทุนต่างประเทศยังมีมุมมองว่าเงินบาทจะต้องแข็งค่าจากปัจจุบันอีก ซึ่งกระแสแบบนี้จะทำให้เกิด Sentiment ต่อตลาดทุนพอสมควร เพราะจะทำให้นักลงทุนคาดหวังถึงกระแสเงินบางส่วนจากต่างชาติที่จะกระเด็นเข้ามาในตลาดหุ้น หนุน SET Index มีโอกาสวิ่งยาวถึง 1,340 จุด







