
วิศวกรแปรรูปยาง
การแปรรูปวัตถุดิบเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจยุคปัจจุบัน
โดย...สมหทัย โมสิกะ
การแปรรูปวัตถุดิบเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจยุคปัจจุบัน และหากพูดถึงอุตสาหกรรมแปรรูปสำคัญอย่างหนึ่งของมาเลเซีย ก็ต้องนึกถึงการผลิตถุงมือยาง ซึ่งในบรรดายักษ์ของวงการ มีชื่อของ คอสซาน รับเบอร์ อินดัสตรีส์ ของ ลิม ควง เซีย รวมอยู่ด้วย
ลิม มีพื้นเพเป็นคนเกาะพูเลา เคตัมของมาเลเซีย จบการศึกษาด้านวิศวกรรมเคมีจากประเทศอังกฤษ ก่อนกลับมาทำงานเป็นนักเคมีในแดนเสือเหลืองประมาณ 1 ปี และลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง ขายแบริ่งเพลาเรือ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ยางพาราทางเทคนิคประเภทหนึ่ง และสามารถคืนทุนได้ตั้งแต่ปีแรกที่ทำธุรกิจ
จากนั้นในช่วงทศวรรษ 1980 ที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนักของโรคเอดส์ ส่งผลให้มีความต้องการใช้ถุงมือยางแบบใช้แล้วทิ้งเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งมาเลเซียเป็นประเทศที่มีวัตถุดิบยางพารามาก อีกทั้งยังมีผู้ผลิตถุงมือรายหลักๆ ของโลก นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอาชีพของลิม เพราะเขาได้ตัดสินใจอาศัยจังหวะวิกฤตโรคเอดส์ เข้ามาหาโอกาสใหม่ๆ ในวงการผลิตถุงมือยาง
เมื่อตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เขาจึงเดินทางไปไต้หวัน เพื่อเรียนรู้งานวิจัยสำหรับการผลิตถุงมือยางแบบมืออาชีพ ก่อนจะกลับมาเริ่มผลิตถุงมือยางล็อตแรก 10 ล้านคู่ ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาในปี 2531
แม้ความต้องการถุงมือยางจะสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็มีโจทย์ใหม่มาให้ลิมขบคิด เมื่อมีผู้ใช้ถุงมือจำนวนหนึ่งเกิดอาการแพ้ ทำให้เขาต้องคิดหาวิธีแก้ปัญหาดังกล่าว จึงคิดค้นถุงมือยางรุ่นใหม่ที่ปราศจากสารเคมีที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ความสำเร็จดังกล่าวทำให้ธุรกิจของเขาทิ้งห่างคู่แข่งไปอีกขั้น
คนที่รู้จักราชาถุงมือยางคนนี้บอกว่า จุดแข็งที่สุดของลิมคือการที่เขามีพื้นฐานด้านการแพทย์ นอกเหนือจากเป็นนักออกแบบ
ในปี 2558 คอสซานมีโรงงานผลิตถุงมือยางรวม 15 แห่ง มีกำลังการผลิตประมาณ 2.2 หมื่นล้านคู่/ปี และจะเพิ่มเป็นประมาณ 3.5 หมื่นล้านคู่ ภายในปี 2560
ความสำเร็จของคอสซานทุกวันนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากความสามารถในการบริหารจัดการการผลิตได้อย่างสมดุล โดยการผลิตประมาณ 55% เป็นยางสังเคราะห์ และ 45% เป็นยางธรรมชาติ ต่างจากคู่แข่งที่พึ่งพายางประเภทใดประเภทหนึ่งเกินไป
ขณะเดียวกัน คอสซานยังป้องกันความเสี่ยงด้วยการมีเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายมากถึง 300 ราย และมีรายได้ในสัดส่วนมากกว่า 5% ของยอดขาย อีกทั้งไม่ได้เน้นแค่ตลาดถุงมือแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังผลิตสินค้าจากยางพาราอื่นๆ ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ยางทางเทคนิค (ทีอาร์พี) ที่สร้างรายได้ประมาณ 12% ของยอดขายบริษัท
ถึงวันนี้ ลิมสามารถปลุกปั้นธุรกิจ คอสซาน รับเบอร์ฯ จนเติบโตเป็นบริษัทผลิตถุงมือยางยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของมาเลเซีย ขณะที่หุ้นของบริษัทของเขาพุ่งขึ้นถึง 219% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และตัวลิมเองได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ให้เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 34 ของประเทศในปี 2558 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินรวม 510 ล้านเหรียญสหรัฐ
ในวัย 64 ปี ลิมบอกว่า เขายังไม่มีแผนเกษียณอายุ อีกทั้งจิตวิญญาณความเป็นช่างยังเต็มเปี่ยม ชอบความท้าทาย และยังทุ่มเทเวลากับเทคโนโลยี เพราะเชื่อว่านี่คือหนทางสู่ความก้าวหน้า
“ผมเชื่อว่าเทคโนโลยีทำให้ผมสามารถทำอะไรๆ ให้ถูกและเหมาะสม คู่แข่งยากที่จะตามทัน หรือหากทำได้ ก็ต้องใช้เวลา ซึ่งถึงตอนนั้น ผมก็ก้าวไปอีกขั้นแล้ว”







