
ราคาน้ำมัน ความเสี่ยง สำคัญในปี 2016
โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)
โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)
น้ำมันดิบเป็นหนึ่งในสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผู้ลงทุนทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ เนื่องจากน้ำมันดิบเป็นจักรกลสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในแง่ของแหล่งพลังงานที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม รวมไปถึงภาคการขนส่ง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังสะท้อนปริมาณการบริโภคอุปโภคและภาพเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ในช่วงที่ภาคเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งและเติบโต ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรม ในทางกลับกัน หากภาวะเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง ราคาน้ำมันก็จะลดลงสะท้อนความต้องการที่ลดลงเช่นกัน
ในปี 2004-2008 เป็นช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากระดับ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จนไปถึงระดับสูงกว่า 145 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในเดือน ก.ค. 2008 ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตแบบก้าวกระโดดของประเทศจีนหลังเปิดประเทศใหม่ที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยต่อปีสูงกว่า 10% อย่างไรก็ตาม ในปี 2008 ก็ได้เกิดวิกฤตการเงินซับไพรม์ในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดลดลง เศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะงักงัน อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำให้ราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกปรับตัวลดลงและกดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ณ สิ้นปี 2008 หรือภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนของราคาน้ำมันที่เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ
หลังจากปี 2008 เป็นต้นมา ผู้กำหนดนโยบายในประเทศสหรัฐ และกลุ่มประเทศยุโรป ได้มีการใช้มาตรการ Quantitative Easing เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาดและกระตุ้นเศรษฐกิจให้ค่อยๆ ฟื้นตัว ส่งผลให้ราคาน้ำมันเริ่มกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้งหนึ่ง โดยขึ้นไปสูงถึงระดับ 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปี 2012 และสามารถทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ต่อเนื่องมาถึงปี 2014 ก่อนที่ราคาน้ำมันจะเริ่มปรับตัวลดลงอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2014 ต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน โดยการปรับลงในคราวนี้เป็นผลมาจากทั้งปริมาณการผลิต (Supply) ที่สูงขึ้นจากกลุ่มโอเปกซึ่งเป็นกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกที่ยังคงผลิตน้ำมันออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ลดกำลังการผลิต และปริมาณความต้องการน้ำมันในตลาดโลก (Demand) ที่ปรับตัวลดลง ท่ามกลางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างช้าๆ ในขณะที่พัฒนาการของพลังงานทางเลือกและการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงาน รวมถึงการพัฒนาเครื่องยนต์รถที่ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าเกือบทุกยี่ห้อรถยนต์จะหันมาขายรถที่ใช้เครื่องยนต์แบบไฮบริดที่อาศัยพลังงานไฟฟ้าจากแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นขณะขับเคลื่อนมาเป็นแหล่งพลังงาน ต่างก็เป็นปัจจัยที่ลดความต้องการใช้เชื้อเพลิงให้น้อยลง ส่งผลให้ปัจจุบันราคาน้ำมันกลับมาอยู่ในระดับประมาณ 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับเดียวกันกับเมื่อ 12 ปีที่แล้วอีกครั้ง
ในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา การที่ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวอยู่ในระหว่าง 30-145 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนที่สูง และเป็นเครื่องบ่งชี้ที่ดีว่าราคาน้ำมันเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ลงทุนควรให้ความสำคัญ เนื่องจากการปรับตัวของราคาน้ำมันส่งผลกระทบไม่เพียงกับการอุปโภคบริโภคทั่วไปเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบถึงตลาดทุนด้วย เช่น ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงถึง 14% ในปี 2558 ก็มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก ที่กดดันให้ราคาหุ้นของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงด้วย
นับตั้งแต่เริ่มปี 2016 เป็นต้นมา ราคาน้ำมันมีการเคลื่อนไหวที่ผันผวนเป็นอย่างมาก โดยปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จาก 38 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ณ สิ้นปี 2015 มาอยู่ที่ 28 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลงประมาณ 26% ในช่วงสามสัปดาห์แรก ก่อนจะปรับตัวสูงขึ้นกลับมาที่ระดับ 32 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในระยะเวลาเพียง 2 วัน อันเป็นผลมาจากภาพเศรษฐกิจโลกที่ขาดความชัดเจน โดยเฉพาะความอ่อนแอของภาคเศรษฐกิจและภาคการเงินในประเทศจีนที่เป็นผู้บริโภคน้ำมันอันดับสองของโลก ซึ่งแม้ว่าผู้ดำเนินนโยบายจะดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ย การปรับลดเงินทุนสำรองธนาคาร แต่ในภาคเศรษฐกิจจริงแล้วยังจะต้องอาศัยเวลาในการฟื้นตัวและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุน สะท้อนให้เห็นว่าในปีนี้ราคาน้ำมันยังคงผันผวนและเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ผู้ลงทุนจะต้องให้ความสำคัญ
ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันนี้ เป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนสามารถบริหารจัดการได้ โดยอาจใช้ Oil Futures ในตลาด TFEX เป็นหนึ่งในทางเลือก ทั้งนี้ Oil Futures ที่จัดให้มีการซื้อขายใน TFEX เป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาน้ำมันดิบ Brent Crude Oil ซึ่งเป็นหนึ่งในราคาอ้างอิงน้ำมันดิบที่ได้รับการยอมรับจากผู้ลงทุนทั่วโลก การซื้อขายโดยทั่วไปนั้นจะคล้ายกับการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์ส อื่นๆ ที่ผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อหรือขายได้โดยตรงผ่านโปรแกรม Streaming ด้วยตนเอง ทำให้สามารถซื้อขายตามราคาน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ ยังมีการซื้อขายช่วง Night Session (19.15-22.30 น.) เพื่อให้เป็นช่วงเวลาที่ซื้อขายสอดคล้องกับตลาดในต่างประเทศ สำหรับผู้ที่สนใจหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการหรือเว็บไซต์ www.tfex.co.th







