
สุชาติ มงคลอารีย์พงษ์ ลงทุนไม่เกินตัว-เน้นเงินสด
สุชาติ มงคลอารีย์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจตาแบค (GTB) วัย 63 ปี ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตประกอบติดตั้งและจัดจำหน่ายระบบเครื่องกำเนิดไอน้ำและระบบเผาไหม้ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเกือบทุกประเภท อยู่ระหว่างการนำเสนอข้อมูลให้ผู้ลงทุนต่างจังหวัด เพื่อเตรียมจะจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ
สุชาติ มงคลอารีย์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจตาแบค (GTB) วัย 63 ปี ผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตประกอบติดตั้งและจัดจำหน่ายระบบเครื่องกำเนิดไอน้ำและระบบเผาไหม้ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเกือบทุกประเภท อยู่ระหว่างการนำเสนอข้อมูลให้ผู้ลงทุนต่างจังหวัด เพื่อเตรียมจะจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ
หลักการบริหารเงินของเขาคนนี้บอกว่า การบริหารเงินส่วนตัวไม่แตกต่างกับการบริหารเงินของบริษัท นั่นคือการคุมค่าใช้จ่ายของตัวเองให้มากที่สุด เพราะมีบทเรียนจากการบริหารงานที่เมื่อกระแสเงินสดไม่เพียงพอแล้วเร่งขยายงาน ทำให้ต้องใช้เวลาเป็น 10 ปีที่ต้องชำระหนี้ให้หมด ทำให้มีมุมมองหลักการในการบริหารเงินทั้งของส่วนตัวและบริษัท คือ “ต้องทำแต่พอดีไม่เกินตัว และเน้นเก็บเงินสด” หรือเรียกง่ายๆ ว่า “เงินสดคือพระเจ้า” และกู้เงินให้น้อยหรือเท่ากับขนาดตัวเอง
หลักการคือ ต้องมีเงินสดไว้กับตัวเพื่อใช้ยามฉุกเฉิน นอกเหนือจากที่เก็บไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและสำหรับครอบครัวแล้ว ก็เป็นอสังหาริมทรัพย์ทั้งที่เป็นในรูปของที่ดินและซื้อคอนโดมิเนียมให้เช่า และกองทุนรวม
สินทรัพย์อีกอย่างหนึ่งคือการซื้อที่ดินไว้ จุดเริ่มต้นอาจจะซื้อไว้เพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตหรือเตรียมไว้สำหรับเป็นโรงงานใหม่ แต่เมื่อไม่ขยายโรงงานก็ต้องเก็บไว้ ช่วงแรกๆ ซื้อที่ดินมาประมาณ 5 ล้านบาท ถือไว้นานมากราคาก็ไม่ขึ้น ครั้งหนึ่งมีคนมาขอซื้อ 3 ล้านบาท แต่ราคายังขาดทุน รู้สึกว่าไม่ใช่เลยจึงยังไม่ขายออกไป
แต่เมื่อเวลาผ่านไปได้ปีกว่า ราคาเพิ่มเป็น 20 ล้านบาท จึงเป็นบทเรียนสอนให้คิดว่า เรื่องที่ดินจริงอยู่ที่ซื้อไว้มูลค่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต แต่ต้องดู “จังหวะและโอกาส” ประกอบด้วย รู้สึกโชคดีมากที่ตอนนั้นไม่ขายออกไป ทำให้ช่วงหลังเมื่อจะซื้อที่ดิน นอกจากทำเลที่ตั้งแล้ว ต้องประเมินสภาพคล่องด้วย
อสังหาริมทรัพย์อีกอย่างที่ลงทุนคือ การซื้อคอนโดมิเนียมแล้วมาปล่อยเช่า ซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้มีการสร้างกระแสเงินสดต่อเดือนให้ตัวเอง เพราะอย่างไรผลตอบแทนก็ได้มากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก
นอกจากนั้น ก็มีซื้อประเภทกองทุนรวมที่ไปลงทุนในต่างประเทศอยู่ ซึ่งก็ใช้เวลาในการศึกษาอยู่สักพัก แต่ที่ไปซื้อกองทุนต่างประเทศ เพราะเราทำธุรกิจก็รู้อยู่ว่าเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นอย่างไร เพราะรู้ข้อมูลจากลูกค้าในหลายอุตสาหกรรม ทำให้เห็นว่าต่างประเทศเศรษฐกิจน่าจะมีโอกาสเติบโตมากกว่าบ้านเรา แต่ก็ต้องเลือกด้วยว่าเป็นประเทศไหน ไปดูในรายละเอียดของกองทุนด้วย
สุชาติ ทิ้งท้ายว่า เรื่องผลตอบแทนจากการลงทุนส่วนใหญ่ก็หวังแค่ให้ได้มากกว่าฝากเงินไว้กับแบงก์เท่านั้น แต่ด้านอสังหาริมทรัพย์-ผลตอบแทนที่ควรจะได้ก็ควรอยู่ในระดับที่มากกว่า 10%







