
สผ.ปี58ขาดทุนหนัก
PTTEP ขาดทุนปี 2558 กว่า 3.1 หมื่นล้านบาท รับเต็มน้ำมันดิ่งเปิด 5 วิธีรับน้ำมันผันผวนปีนี้
PTTEP ขาดทุนปี 2558 กว่า 3.1 หมื่นล้านบาท รับเต็มน้ำมันดิ่งเปิด 5 วิธีรับน้ำมันผันผวนปีนี้
นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัทและบริษัทย่อยขาดทุนสุทธิในปี 2558 จำนวน 854 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 3.15 หมื่นล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 8.24 บาท แย่ลง 246.99% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2557 ที่มีกำไรสุทธิ 677 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.14 หมื่นล้านบาท มีกำไรต่อหุ้น 5.19 บาท
ขณะที่ไตรมาส 4 มีกำไรสุทธิ 132 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจำนวน 871 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 739 ล้านเหรียญสหรัฐ และดีขึ้น 1,416 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2558 ที่ขาดทุน 1,284 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะในไตรมาส 4 ปี 2558 ไม่มีการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์จากงวดปีก่อนขาดทุนจากการด้อยค่า 997 ล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม PTTEP ขาดทุนเพราะราคาน้ำมันดิบลดลงจากปัญหาปริมาณการผลิตที่ล้นตลาดกดราคาน้ำมันดิบดูไบในปี 2558 ลงมาที่ 50.9 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากปี 2557 ที่ 96.69 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันในไตรมาส 4 ลงมาอยู่ที่ 40.7 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลงจากไตรมาส 3 ปี 2558 ซึ่งอยู่ที่ 49.7 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งทำให้ราคาขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทลดลงมาเหลือ 45.29 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันจาก 63.71 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันทำให้รายได้ของบริษัทลดลงมาเหลือ 5,654 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปี 2557 อยู่ที่ 7,834 ล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.22 แสนบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันจาก 3.12 แสนบาร์เรล เทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน
นอกจากนี้ คณะกรรมการอนุมัติจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 2 บาท โดยจ่ายจากกำไรสะสมจากครึ่งปีแรกจ่ายไปแล้ว 1 บาท รวมทั้งปี 2558 จ่ายปันผลหุ้นละ 3 บาท
สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในปี 2559 ยังคงตกต่ำในช่วงครึ่งปีแรก เพราะปริมาณน้ำมันดิบยังล้นจากกลุ่มโอเปกที่คงนโยบายเพิ่มการผลิตเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ขณะที่อิหร่านเตรียมเพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบ 0.5–0.7 ล้านบาร์เรล/วัน หลังยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรและผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจจีนซบเซากว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งราคาน้ำมันที่ยังต่ำจะกระทบต่อผลดำเนินงาน
บริษัทได้เตรียมแผนรับมือราคาน้ำมันตกต่ำไว้ 5 แนวทาง คือ แนวทางแรก คงนโยบายการใช้อนุพันธ์ประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ผันผวนดังเช่นในปี 2558 ซึ่งบริษัทได้บรรเทาผลกระทบโดยมีกำไรจาก Oil Price Hedging กว่า 120 ล้านเหรียญสหรัฐ
แนวทางที่สอง ลดต้นทุนตามโครงการ SAVE to be SAFE อย่างจริงจังต่อเนื่อง รวมถึงการพิจารณาชะลอหรือหยุดการลงทุนในโครงการที่ต้นทุนสูง และยังคงเน้นเจรจาต่อรองสัญญาจ้างอุปกรณ์และบริการในธุรกิจ และการบริหารจัดการโลจิสติกส์อย่างรัดกุม ซึ่งปี 2558 ลดต้นทุนได้ 30% หรือลดต้นทุนจาก 43.45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เหลือ 38.88 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
แนวทางที่สาม เน้นบริหารจัดการการผลิต โดยจะพิจารณาถึงความคุ้มค่าเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างกำไรและกระแสเงินสดจากการขายและไม่ให้มีผลกระทบกับความต้องการใช้พลังงานของประเทศ
แนวทางที่สี่ จัดทำแผนจำลองสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบและอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อเงินเหรียญสหรัฐที่ระดับราคาต่างๆ เพื่อจัดเตรียมแผนการบริหารความเสี่ยงให้มีความเหมาะสม เพื่อรักษาสภาพคล่องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
แนวทางที่ห้า ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทางการเงิน โดยมุ่งเน้นโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจ และสภาพคล่องที่สามารถรองรับกับสภาวะราคาน้ำมันและเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน รวมทั้งโอกาสทางธุรกิจ
อย่างไรก็ดี สิ้นปี 2558 PTTEP มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 19,642 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมเงินสดจำนวน 3,260 ล้านเหรียญสหรัฐ มีส่วนของทุน 11,328 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ย 3,005 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ผลประกอบการและสถานะทางการเงินยังแข็งแกร่ง
บริษัทคาดว่าค่าเงินบาทยังอ่อนค่าลงจากธนาคารกลางสหรัฐขึ้นอัตราดอกเบี้ยโดย PTTEP จะได้รับผลกระทบในรูปของภาษีเงินได้จากค่าเงินที่เปลี่ยนแปลง เกิดจากความแตกต่างของสกุลเงินที่ใช้ในการยื่นภาษีกับสกุลเงินที่ใช้ในการบันทึกบัญชี แต่ไม่เป็นภาระดอกเบี้ยเพราะ 80% ของเงินกู้เป็นดอกเบี้ยคงที่







