
เงินไหลเข้าบอนด์3.5หมื่นล.
ทุนต่างชาติไหลเข้าตราสารหนี้ 3.5 หมื่นล้านบาท ผลจากแนวโน้มเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย
ทุนต่างชาติไหลเข้าตราสารหนี้ 3.5 หมื่นล้านบาท ผลจากแนวโน้มเฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย
น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมีทุนไหลเข้ามาซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นแล้ว 3.5 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการซื้อในสองวันนี้ถึง 2.3 หมื่นล้านบาท เนื่องมาจากเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยที่จะทำให้เงินไหลกลับสหรัฐชะลอลง เทียบปลายปีที่ผ่านมาที่เงินทุนทยอยไหลออก ส่วนแนวโน้มทั้งปีจะเป็นอย่างไรขึ้นกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดและสถานการณ์เศรษฐกิจจีนที่จะมีผลต่อตลาดเกิดใหม่
ทั้งนี้ การไม่ขึ้นดอกเบี้ยของเฟดล่าสุด สะท้อนว่าการไหลกลับของเงินจะช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ เพราะความไม่แน่นอนของการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด แต่หมดยุคของเงินไหลเข้ามามากแล้วเพราะไม่มีมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(คิวอี) ช่วย
อย่างไรก็ตาม ผลของการชะลอขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ทำให้ราคาทองคำในประเทศปรับขึ้น 50 บาท ราคาทองแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 18,900 บาท ขายออก 19,000 บาท และราคาทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 18,631.64 บาท ขายออก 19,400 บาท อ้างอิงราคาทองในตลาดโลกที่ 1,120 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และเงินบาทที่ 35.86 บาท/เหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากต้นปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 36.20 บาท
อย่างไรก็ดี การที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในระยะเวลาสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ราคาทองในประเทศปรับตัวขึ้นไม่มากโดยทองคำในตลาดโลกปรับตัวขึ้น 50 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ แต่ทองไทยขึ้นแค่ 300 บาท
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก แนะนำให้นักลงทุนซื้อทองเก็งกำไรระยะสั้น โดยเข้าซื้อเมื่อราคาลดลงเหลือบาทละ 18,800 บาท หรือ 1,100-1,110 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ โดยประเมินว่าภายในระยะ 3 เดือนนี้ราคาทองจะปรับขึ้นไปทดสอบแนวรับ 1,200 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ หรือบาทละ 19,600-19,700 บาท
สำหรับผลจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมครั้งล่าสุด ทำให้ตลาดคาดว่าปีนี้เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยแค่สองครั้งจากเดิมที่คาดว่าจะขึ้นปีนี้ 4 ครั้ง เนื่องมาจากตลาดหุ้นยังดิ่งจึงไม่รีบที่จะปรับดอกเบี้ยขึ้น
ด้านดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้น 10.11 จุด หรือ 0.79% มาปิดที่ 1,288.40 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 44,560.35 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปซื้อ 197.74 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนที่เหลือขายออก
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต มองว่าดัชนีย่ำฐานเพื่อปรับสูงขึ้นต่อระยะสัปดาห์ 1,300-1,320 จุด จากเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยเร็วๆ นี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) เงินหยวนมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังจากจีนอัดฉีดสภาพคล่อง







