posttoday
ส่งความสุขด้วยใจ

ส่งความสุขด้วยใจ

29 มกราคม 2559

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

เปิดบริการโรงภาพยนตร์มานานถึง 16 ปี สำหรับบริษัท เอสเอฟ คอร์ปอเรชั่น โดยมี สุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ นั่งแท่นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จนถึงปัจจุบันมีแบรนด์โรงภาพยนตร์ในเครือรวม 4 แบรนด์ ได้แก่ เอสเอฟซีเนม่า เอสเอฟเอ็กซ์ซีเนม่า เอสเอฟเวิลด์ซีเนม่า และเอ็มพรีเว่ซีเนคลับ รวม 47 สาขา จำนวน 316 โรง รวมที่นั่งกว่า 7 หมื่นที่นั่ง

สุวัฒน์ กล่าวว่า ปัจจัยความสำเร็จของเอสเอฟที่ยืนหยัดมาได้ถึงทุกวันนี้ คือ การทำด้วยใจ อยากส่งมอบความสุขให้ลูกค้า ให้ความสำคัญกับคุณภาพโรงภาพยนตร์และการให้บริการ รวมถึงมีคู่ค้าพันธมิตรที่ดีให้ความสนับสนุน และอีกปัจจัยสำเร็จของโรงภาพยนตร์คือ คอนเทนต์ ซึ่งปีนี้จะมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทำเงินเข้าฉายหลายเรื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อบริษัทและอุตสาหกรรมภาพยนตร์โดยรวม

ทั้งนี้ เอสเอฟเริ่มเปิดสาขาแรกในย่านใจกลางเมืองเมื่อปี 2542 ที่เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ซึ่งถือเป็นโรงภาพยนตร์ใจกลางเมืองแห่งแรกที่มีพร้อมทั้งโรงภาพยนตร์ โบว์ลิ่ง และคาราโอเกะ รวมถึงร้านฟาสต์ฟู้ดแบรนด์เนมชั้นนำ ภายใต้คอนเซ็ปต์ One for Entertainment จากนั้นเริ่มขยายสาขาไปยังต่างจังหวัดในช่วง 5-6 ปีก่อนหน้านี้ จนถึงปัจจุบันขยายไปแล้ว 23 จังหวัด

หัวใจสำคัญของการขยายสาขา คือ โลเกชั่น โดยจะเห็นได้ว่าทุกสาขาของเอสเอฟจะอยู่บนไพรม์โลเกชั่น ตอบโจทย์ความสะดวกสบายของลูกค้า ที่ทุกวันนี้ไลฟ์สไตล์คนไทยใช้ชีวิตอยู่ในศูนย์การค้า เพราะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครบถ้วน จึงเลือกพันธมิตรห้างที่เป็นชั้นนำและเป็นศูนย์กลาง

“แต่ปัจจุบันจากการขยายสาขาของห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าที่เริ่มชะลอตัวลง ทำให้เรามองโซลูชั่นใหม่ๆ ในการขยายสาขาไว้ เช่น การเปิดสแตนด์อโลน เป็นต้น”

กระทั่งปัจจุบันที่โลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล ผู้บริโภคมีทางเลือกในการรับชมความบันเทิงผ่านหลากหลายช่องทาง ซึ่งเลี่ยงไม่ได้ที่จะมาแบ่งกระเป๋าเงินลูกค้า ดังนั้นต้องทำให้โรงภาพยนตร์ไม่ใช่แค่การเข้ามาชมภาพยนตร์ แต่ต้องสร้างประสบการณ์ให้ลูกค้า ทั้งการใช้เทคโนโลยี การให้บริการที่ดีเลิศ

“ต่อไปลูกค้าสามารถสั่งซื้อบัตรชมภาพยนตร์จากที่บ้านได้ และเพียงแตะก็สามารถเข้าชมได้เลย เป็นต้น และที่สำคัญคือ การชมภาพยนตร์ในโรงจะให้ประสบการณ์ที่แตกต่างจากการชมผ่านช่องทางอื่นๆ”

สำหรับแผนการขยายธุรกิจในปีนี้ ได้เตรียมงบลงทุน 600 ล้านบาท เปิดสาขาใหม่ 5 สาขา เริ่มจากสาขาเดอะ คริสตัล ส่วนอีกสาขาได้แก่ สาขาบิ๊กซี บางพลี เซ็นทรัล พลาซา นครศรีธรรมราช เทอร์มินอล 21 โคราช และโรบินสันไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ ลพบุรี รวมทั้งปรับโลโก้ใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเตรียมงบอีก 200 ล้านบาท สำหรับรีโนเวทสาขาเดิม อาทิ เซ็นทรัลเวิลด์ และเอ็มบีเค

ขณะที่ผลประกอบการปี 2558 ปิดรายได้ที่กว่า 4,000 ล้านบาท เติบโต 10% จาก 3,700 ล้านบาท ในปี 2557 และมีผลกำไรสุทธิ 300 ล้านบาท ส่วนปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 20% หรือมีรายได้แตะ 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากการขยายสาขาใหม่และการรับรู้รายได้จากสาขาที่เปิดในปี 2558 รวมถึงคอนเทนต์ที่ปีนี้มีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทำเงินได้มากเข้าอีกหลายเรื่อง

นอกจากการขยายธุรกิจในประเทศแล้ว เอสเอฟยังมองเห็นโอกาสจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่ยังมีโรงภาพยนตร์น้อยมากหรือไม่มีเลย โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับหลายๆ ประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี โดยจะเป็นไปได้ทั้งการลงทุนเอง และการร่วมเป็นพันธมิตรกับนักลงทุนท้องถิ่น คาดว่าไม่เกิน 1-2 ปี จะเห็นเอสเอฟไปปักธงสร้างแบรนด์ในต่างประเทศ

ทั้งนี้ ล่าสุดเอสเอฟได้เปิดบริการโรงภาพยนตร์สาขาที่ 47 ภายใต้ชื่อ เอสเอฟเอ็กซ์ซีเนม่า สาขาเดอะ คริสตัล เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ใช้งบลงทุน 200 ล้านบาท ตั้งเป้าผู้ชมปีละ 6 แสนคน สร้างรายได้ 120 ล้านบาท/ปี คาดถึงจุดคุ้มทุนภายใน 5-7 ปี

อีกแผนงานสำคัญ คือ การนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งขณะนี้รอเพียงให้ภาวะตลาดเอื้อต่อการลงทุน โดยคาดว่าจะเข้าตลาดได้ภายในปีนี้ หรือช้าสุดในปีหน้า ตั้งเป้ามาร์เก็ตแคป 8,000 ล้าน-1 หมื่นล้านบาท

สุวัฒน์ ปิดท้ายว่า ภาพรวมเศรษฐกิจปีนี้จะมีเม็ดเงินจากภาครัฐเข้ามาโดยเฉพาะการลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐาน ภาคเอกชนนลงทุนต่อเนื่อง จึงเชื่อว่าจะดีกว่าปีก่อน และหากมีการเลือกตั้งจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน