posttoday
รีเกลฯ เจน 2 มุ่งปั้นแบรนด์เจาะคนรุ่นใหม่

รีเกลฯ เจน 2 มุ่งปั้นแบรนด์เจาะคนรุ่นใหม่

29 มกราคม 2559

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

การถ่ายโอนธุรกิจจากรุ่นหนึ่งไปอีกรุ่นมักเผชิญกับความท้าทาย โดยเฉพาะการโอนถ่ายความรู้เฉพาะองค์กร ที่หลายครั้งอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ชัด แต่สัมผัสได้ด้วยการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งหากคนรุ่นใหม่มีความพร้อมเรียนรู้ ก็จะได้รับความรู้เฉพาะองค์กรไม่ยากนัก

นันทวัน ชฎาวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท รีเกล อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล  เปิดเผยว่า เข้ามาช่วยคุณพ่อ (จุมพล ชฎาวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รีเกล อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล) ดูแลธุรกิจนี้มาไม่ต่ำกว่า 7 ปีแล้ว โดยก่อนมาช่วยงานไปหาประสบการณ์ทำงานฝ่ายสินเชื่อกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กับธนาคารกสิกรไทยมาก่อน

ช่วงแรกที่มาช่วยงาน ก็เริ่มจากเรียนรู้งานทั่วไป เนื่องจากบริษัทมีหลายแผนก และคุณพ่อมีแนวทางสอนงานในรูปแบบให้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่สอนให้ทั้งหมด ก็ต้องเริ่มจากเรียนรู้ทุกอย่างด้วยการสังเกตและทำความเข้าใจเอง ซึ่งการบริหารธุรกิจบริษัทนำเที่ยวที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทั้งคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ (เอาต์บาวด์) คนต่างประเทศเที่ยวไทย (อินบาวด์) และทัวร์เรือสำราญ ต้องใช้เวลาเรียนรู้มากกว่าบริษัทนำเที่ยวที่ไม่ได้มีทัวร์เรือสำราญ

ทั้งนี้ เริ่มจากเรียนรู้งานแผนกจองตั๋วเครื่องบินว่าระบบการจองเป็นอย่างไร จากนั้นเรียนรู้ในมุมคนที่ต้องการเที่ยวเองว่าต้องทำความเข้าใจเรื่องใดบ้าง แล้วค่อยๆ เรียนรู้เจาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งสำหรับตลาดเอาต์บาวด์และอินบาวด์ ด้านผลิตภัณฑ์ที่เรียนรู้ตัวสุดท้าย เพราะต้องใช้ทักษะเรียนรู้มากที่สุด คือ ทัวร์เรือสำราญ เนื่องจากต้องทำความเข้าใจเส้นทางเดินเรือ เพื่อวางเส้นทางท่องเที่ยวให้สอดคล้อง ซึ่งเป็นเรื่องซับซ้อนที่สุดเมื่อเทียบกับทัวร์ทั่วไป มีข้อจำกัดในการวางเส้นทางมากกว่าการเดินทางรูปแบบอื่น และเป็นตลาดท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม (นิชมาร์เก็ต)

“ลูกค้ามักมีคำถามให้ช่วยเปรียบเทียบ เที่ยวด้วยเรือสำราญกับเที่ยวแบบปกติว่าต่างกันอย่างไร ดังนั้นต้องเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ทัวร์ทั่วไปก่อน หลังจากนั้นก็เรียนรู้ว่าผลิตภัณฑ์ทัวร์เรือสำราญเป็นเช่นไร ต่างกันเรื่องไหนบ้าง เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้ถูก มีเหตุผลที่น่าสนใจให้ลูกค้าว่าแต่ละเส้นทางเหตุใดควรเที่ยวด้วยเรือสำราญ ที่สำคัญต้องทำความเข้าใจจุดแข็งของเรือสำราญแต่ละแบรนด์ที่นำมาขายแพ็กเกจ เพราะเรือแต่ละแบรนด์มีจุดแข็งต่างกัน วิธีติดต่อจองและกฎเกณฑ์ก็ต่างกัน” นันทวัน กล่าว

การทำงานด้านสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์แล้วเปลี่ยนมาทำธุรกิจนำเที่ยว ถือว่างานมีรูปแบบต่างกันมาก งานด้านสินเชื่อได้ใช้ประสบการณ์ที่เรียนมาโดยตรงเต็มที่ ขณะที่งานบริษัทนำเที่ยวเป็นธุรกิจที่ครอบครัวเริ่มทำมา ก็จะรู้สึกภูมิใจอีกแบบ เพราะการทำงานนี้ทำบนพื้นฐานความรู้สึกการเป็นเจ้าของธุรกิจ แต่ก็เป็นธุรกิจที่ท้าทายมาก เพราะเป็นธุรกิจเกี่ยวข้องกับความรู้สึกและประสบการณ์

ด้านแนวทางบริหารธุรกิจนี้ จะให้ความสำคัญว่าหากเรื่องใดที่บริษัทดำเนินการดีอยู่แล้ว ก็เดินหน้าต่อ ไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไร แต่หากเห็นว่าทำอะไรแล้วเสริมให้บริษัทแข็งแกร่งได้ก็จะทำเพิ่ม ซึ่งที่ผ่านมาคุณพ่อวางรากฐานบริหารงานไว้ดีอยู่แล้ว ทั้งการสร้างฐานลูกค้า เครือข่ายผู้ให้บริการพันธมิตร หน้าที่คนรุ่นใหม่ก็คือดูแลให้ทุกอย่างยังดีเหมือนเดิม

สิ่งที่ทำเพิ่มคือ เรื่องการทำตลาดที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น เพราะอดีตตลาดคนเที่ยวด้วยเรือสำราญที่บริษัททำคือ การเดินทางเป็นกลุ่มต้องมีคนคอยดูแล แต่ขณะนี้ต้องการขยายตลาดคนเดินทางด้วยตัวเอง (เอฟไอที) มากขึ้น ดังนั้นต้องทำตลาดสะท้อนให้เห็นว่าการเที่ยวเรือสำราญด้วยตัวเองไม่ลำบาก โดยมีข้อมูลท่องเที่ยวสนับสนุนให้

“ในอดีตคนที่เที่ยวเรือสำราญจำกัดวงแคบ แต่ปัจจุบันเริ่มเป็นการท่องเที่ยวที่เปิดโอกาสให้คนทั่วไปเดินทางได้มากขึ้น จากค่าใช้จ่ายถูกลง หลังบริษัทเดินเรือพยายามทำโปรโมชั่นรองรับกลุ่มที่ต้องการทดลองเที่ยวทางเรือสำราญ ทำให้คนเข้าถึงทัวร์เรือสำราญง่ายขึ้น โดยตลาดใหม่ๆ ที่เริ่มเที่ยวทางเรือสำราญ ได้แก่ กลุ่มครอบครัว และเจ้าของกิจการรุ่นใหม่ที่ชอบหาประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ๆ” นันทวัน กล่าว

สำหรับแนวทางการทำตลาดเที่ยวเรือสำราญเจาะคนรุ่นใหม่ที่บริษัทพยายามทำเพิ่มเติม จะเริ่มจากทำตลาดกับฐานลูกค้าองค์กรเดิมที่มี จากนั้นจึงเริ่มจับมือองค์กรต่างๆ ทำตลาดร่วมกัน เช่น จับมือบัตรเครดิต ทำโปรโมชั่นรองรับสมาชิกบัตรเครดิต รวมทั้งการไปออกงานในห้างสรรพสินค้า และการร่วมมือกับห้างสรรพสินค้านำแพ็กเกจเที่ยวเรือสำราญไปจับรางวัลให้ลูกค้าห้างสรรพสินค้าที่มีรายการส่งเสริมการขายต่างๆ และสุดท้ายคือใช้ช่องทางออนไลน์ทำตลาดมากขึ้น เน้นสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเที่ยวทางเรือสำราญว่าสร้างความสุขและประสบการณ์น่าสนใจใดบ้าง

ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัวไม่กระทบตลาดเที่ยวเรือสำราญ เนื่องจากกลุ่มที่เดินทางมีกำลังซื้อสูง ที่ผ่านมาแพ็กเกจที่คนไทยนิยมคือ ทัวร์เรือสำราญที่ใช้เวลาน้อย 3-5 วัน ส่วนใหญ่ทัวร์เรือสำราญประเภทนี้ เกิดจากบริษัทเดินเรือต้องการนำเรือเปลี่ยนเส้นทางจากภูมิภาคหนึ่งไปอีกภูมิภาครับความต้องการเดินทางในภูมิภาคนั้น จึงอาศัยช่วงเปลี่ยนเส้นทางรับนักท่องเที่ยวกลุ่มที่อยากทดลองเที่ยวทางเรือ 3-5 วันไปด้วย ส่วนทัวร์เรือสำราญทั่วไปใช้เวลา 7 วัน

“5 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจเที่ยวทางเรือสำราญโตขึ้นมาก เพราะคนเริ่มศึกษาข้อมูลท่องเที่ยวเองมากขึ้นผ่านออนไลน์ และคนติดตามการใช้ชีวิตของคนดังที่มีกิจกรรมเที่ยวทางเรือสำราญก็เริ่มสนใจอยากทดลองเที่ยวทางเรือสำราญบ้าง เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ท่องเที่ยวของตัวเองให้คนอื่นรับทราบ อีกทั้งคนเริ่มเข้าใจว่าการเที่ยวทางเรือสำราญตอบโจทย์ได้ดีเรื่องความสะดวกสบาย ทำให้ครอบครัวเที่ยวไปด้วยพร้อมๆ กับใช้ชีวิตด้วยกันเต็มที่” นันทวัน กล่าว

ปัจจุบันบริหารธุรกิจโดยดูแลครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์แล้ว แต่อำนาจการตัดสินใจยังไม่ 100% แผนที่วางไว้ปีนี้คือต้องมองหาคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงานมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาบริษัทรักษาพนักงานเก่าแก่ไว้มาก ส่วนใหญ่มีอายุงาน 10-20 ปี จึงไม่ค่อยมีคนรุ่นใหม่ในบริษัท ดังนั้นต้องหากลุ่มนี้เข้ามาเพิ่ม เพราะคนรุ่นใหม่จะเน้นหาข้อมูลท่องเที่ยวด้วยตัวเองผ่านออนไลน์มาก จึงต้องอาศัยคนรุ่นใหม่เจาะตลาดคนรุ่นใหม่ด้วยกัน นอกจากนั้นมีแผนสร้างแบรนด์บริษัทให้แข็งแกร่งขึ้นในตลาด จากที่ผ่านมากลุ่มองค์กรอาจรู้จัก รีเกลฯ ดีอยู่แล้ว แต่ลูกค้าทั่วไปยังไม่รู้จัก อาจต้องสร้างแบรนด์โดยเน้นให้ทราบว่าเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวทางเรือสำราญ

การเรียนรู้ทำได้ไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งเป็นผู้สานต่อธุรกิจยิ่งต้องเรียนรู้มากที่สุด แม้รู้ทุกอย่างในธุรกิจแล้วก็ต้องไม่หยุดเรียนรู้ เพราะเมื่อไหร่หยุดเรียนรู้ ก็เหมือนปิดโอกาสต่อยอดหรือขยายธุรกิจของตัวเอง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน