
เครือโรงแรมไทย-เทศ เร่งขยายลงทุน รับท่องเที่ยวโต
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การท่องเที่ยวไทยโตอย่างต่อเนื่อง แม้ที่ผ่านมามีปัจจัยลบกระทบ แต่ก็ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวตกแค่ระยะสั้น ไม่นานนักก็ฟื้นตัวรวดเร็ว จึงไม่แปลกที่เครือโรงแรมไทยและต่างประเทศจะพร้อมใจกันขยายเครือข่ายในไทยต่อเนื่อง
สุวรรณา พุทธประสาท กรรมการ บริษัท แอล แอนด์ เอช โฮเทล แมเนจเมนท์ ผู้บริหารกลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวมีบทบาทสำคัญกับเศรษฐกิจไทย ช่วยสร้างรายได้หลักให้กับประเทศ ทำให้บริษัทมั่นใจขยายธุรกิจโรงแรมต่อเนื่อง โดยจะเป็นลักษณะการเช่าพื้นที่สร้างโรงแรมมากกว่าซื้อที่ดิน เนื่องจากปัจจุบันที่ดินราคาสูงขึ้นมาก หากใช้รูปแบบการเช่าที่ดินจะถึงจุดคุ้มทุนได้เร็วกว่า
ทั้งนี้ เพิ่งลงทุนโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ทองหล่อ อยู่ภายในซอยทองหล่อ ซึ่งห่างจากปากซอย 900 เมตร เป็นการเช่าที่ดิน 30 ปี สร้างโรงแรมใหม่ มี 442 ห้อง คาดใช้งบ 2,000 ล้านบาท จะพร้อมเปิด พ.ย. 2559 และเพิ่งเช่าที่ดินเพื่อลงทุนสร้างโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา บริเวณพัทยาเหนือ คาดใช้งบกว่า 2,000 ล้านบาท มีประมาณ 400 ห้อง อีก 2-3 ปี น่าจะเปิดบริการได้
สาเหตุที่ลงทุนโรงแรมในซอยทองหล่อ เพราะมองว่าขณะนี้มีศูนย์การค้าในบริเวณนั้นมากขึ้น เช่น เอ็มควอเทียร์ หลังเปิดบริการทำให้โรงแรมเริ่มตามไปทำเลนี้ เพราะมองเห็นโอกาสนักท่องเที่ยวว่าจะหลั่งไหลไปทางทองหล่อมากขึ้น โดยคาดว่าโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ทองหล่อ หลังจากเปิดให้บริการเต็มปี ในปี 2560 มีโอกาสทำอัตราเข้าพักได้ 75%
“ในซอยทองหล่อ หากเป็นธุรกิจโรงแรมถือว่าเพิ่งเริ่มเกิด โดยบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาตลาดลูกค้าที่จะใช้บริการโรงแรมในซอยทองหล่อ เบื้องต้นจะเป็นนักธุรกิจทั้งที่มาระยะสั้นและระยะยาว 60% อีก 40% เป็นกลุ่มที่มาพักผ่อน”
สุวรรณา กล่าวอีกว่า ปีที่ผ่านมากลุ่มโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ มีรายได้ 1,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปี 2557 อัตราเข้าพักเฉลี่ย 4 โรงแรมอยู่ที่ 80% รายได้ต่อห้องพักเติบโตใกล้เคียงกับการเติบโตของรายได้ที่ 10% ส่วนปีนี้มองว่าจะทำรายได้เพิ่มขึ้นในระดับเดียวกัน คือไม่เกิน 10% แต่ปี 2560 รายได้อาจเติบโตมากกว่านี้ เพราะโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ทองหล่อ จะเปิดบริการเต็มปี ทางด้านอัตราเข้าพักก็มองว่ายังรักษาระดับที่ 80% ได้ ส่วนรายได้ต่อห้องพักก็คงจะเพิ่มใกล้เคียงปีก่อน ด้านราคาห้องพักปรับขึ้นได้ 8-10% จากปี 2558 ขณะที่หลังลงทุนโรงแรมในพัทยาแล้ว ยังไม่ได้ศึกษาการลงทุนในพื้นที่อื่นเพิ่ม
ธอร์สเท่น เคิร์สชเก้ ประธานกรรมการ กลุ่มโรงแรมคาร์ลสันเรซิดอร์ ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า กลุ่มโรงแรมคาร์ลสันเรซิดอร์ มีโรงแรมเปิดดำเนินการในไทยแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ เรดิสัน บลู พลาซ่า กรุงเทพฯ, เรดิสัน สวีทกรุงเทพฯ สุขุมวิท, พาร์ค พลาซ่า สุขุมวิท กรุงเทพฯ และพาร์ค พลาซ่า กรุงเทพฯ ซอย 18 ภายในไตรมาส 2 นี้จะเปิดให้บริการ เรดิสัน บลู รีสอร์ท หัวหิน เป็นโรงแรมแห่งที่ 5 ของกลุ่มโรงแรมคาร์ลสัน เรซิดอร์ ในไทย และเป็นโรงแรมแห่งแรกที่อยู่นอกกรุงเทพฯ
ขณะที่แผนงานที่วางไว้ คือ จะขยายโรงแรมในเอเชียแปซิฟิกเป็น 200 แห่ง ภายในปี 2563 โดยในไทยจะเปิดโรงแรมเพิ่ม 6 แห่งในจุดหมายท่องเที่ยวหลักของไทยภายใน 18 เดือนข้างหน้า ซึ่งแบรนด์ที่น่าจะขยายในไทยได้มากคือ เรดิสัน บลู และเรดิสัน เรด ที่เป็นแบรนด์โรงแรมใหม่ที่มีแนวคิดออกแบบสร้างสรรค์ ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และใช้นวัตกรรมใหม่เพื่อตอบรับกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีไลฟ์สไตล์เป็นเอกลักษณ์ (บูติก ไลฟ์สไตล์)
กรณีที่มีคนมองว่าไทยมีปัญหาเรื่องจำนวนห้องพักมากเกินความต้องการ (โอเวอร์ ซัพพลาย) นั้น โดยส่วนตัวยังมองเห็นโอกาสว่าการท่องเที่ยวในไทยยังเติบโตได้แข็งแกร่ง เห็นได้จากช่วงที่ผ่านมามีเหตุการณ์ลบไม่คาดคิดเกิดขึ้น ก็กระทบกับธุรกิจโรงแรมระยะสั้นเท่านั้น ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเพิ่มจำนวนโรงแรมใหม่ๆ ในอนาคต เพราะก็ยังเชื่อมั่นพื้นฐานการท่องเที่ยวในไทยที่ดี มีแนวโน้มโตได้เรื่อยๆ
ทางด้านภาครัฐเองก็ให้ความสำคัญกับภาคท่องเที่ยว ปีที่ผ่านมาการท่องเที่ยวก็เป็นธุรกิจที่มีสัดส่วนมากกว่า 10% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) อีกทั้งเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แล้ว ไทยก็มีจุดยุทธศาสตร์ที่ดีและน่าจะได้อานิสงส์จากการเดินทางภายในภูมิภาคที่มากขึ้น โดยจากข้อมูลของสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก (เดอะ เวิลด์ ทราเวล แอนด์ ทัวริซึ่ม คัลซิล) คาดการณ์ว่า ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปี 2568 การท่องเที่ยวไทยจะมีอัตราเติบโต 6.7% ต่อปี
ทั้งสองเครือโรงแรมนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของเครือโรงแรมที่รุกหนักขยายโรงแรมในไทย ยังมีอีกหลายเครือที่ประกาศรุกหนักเช่นกัน







