
เอกชนแนะตั้งรับจีนซึมยาว
หอการค้าไทยหวั่นเศรษฐกิจจีนซึมยาว 3-5 ปี แนะเอกชนไทยเตรียมแผนรับมือ
หอการค้าไทยหวั่นเศรษฐกิจจีนซึมยาว 3-5 ปี แนะเอกชนไทยเตรียมแผนรับมือ
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจของประเทศจีนยังมีทิศทางทรงตัว และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี กว่าเศรษฐกิจของประเทศจีนจะกลับมาขยายตัวได้ดี เพราะต้องปรับโครงสร้างของเศรษฐกิจภายในประเทศใหม่ จึงอยากแนะนำให้เอกชนไทยที่ส่งออกสินค้าไปในประเทศจีนต้องติดตามสถานการณ์และเตรียมแผนเพื่อรับมือกับปัจจัยลบที่อาจเกิดขึ้นให้ได้
ขณะเดียวกัน การส่งออกสินค้าไปในประเทศจีน ไม่แนะนำให้ใช้สกุลเงินหยวน เพราะมีความไม่แน่นอนสูง ควรใช้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ เพราะจะมีเสถียรภาพมากกว่าสกุลเงินอื่น ขณะเดียวกันแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในปีนี้ก็อยู่ในภาวะชะลอตัวลงเช่นกัน ที่ผู้บริโภคทั่วโลกจะระมัดระวังในการใช้จ่าย มีผลกระทบต่อการส่งออกของประเทศไทยที่คาดว่าจะไม่ขยายตัว 5% ตามที่ภาครัฐได้คาดการณ์ไว้
ทั้งนี้ ภาคเอกชนไทยต้องปรับตัว หันมาผลิตสินค้าที่เป็นเทรนด์ในตลาดโลก คือ มุ่งผลิตสินค้าสีเขียว ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลิตสินค้าที่เป็นผลดีต่อชุมชน รวมทั้งมุ่งผลิตสินค้าให้มีมูลค่าสูงขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน อีกทั้งต้องไม่แข่งขันราคาสินค้า เพราะไม่เป็นผลดีต่อตลาดและเอกชน รวมทั้งกลุ่มสินค้าการเกษตรและสินค้าอาหารของไทยต้องปรับมามุ่งผลิตสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ เอกชนต้องรักษาตลาดเดิมที่ส่งออกสินค้า ให้มีศักยภาพการส่งออกเพิ่มขึ้น เพื่อรักษากลุ่มลูกค้าเดิมให้ยังคงซื้อสินค้าต่อเนื่อง เพราะการหาตลาดใหม่ในขณะนี้มีความยากลำบากขึ้น เชื่อว่าหากเอกชนไทยเร่งการปรับธุรกิจ จะทำให้แข่งขันได้เพิ่มขึ้นและเป็นการลดผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ส่วนแนวโน้มอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปี 2559 ประเมินว่าจะอยู่ที่ 3.5% ตามที่ภาครัฐได้ตั้งเป้าหมายไว้ตั้งแต่ต้นปี
“แนวโน้มการส่งออกของไทยต้องติดตามข้อมูลเป็นรายเดือน เพราะมีหลายสถานการณ์เกิดขึ้น รวมถึงเศรษฐกิจจีนเอง กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ จากเดิมเน้นส่งออกจำนวนมาก กำลังปรับใหม่มาพึ่งพาการลงทุนมากขึ้น คาดว่าต้องใช้เวลานานในการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งนี้ ซึ่งมีผลต่อเอกชนไทยแน่นอน” นายพรศิลป์ กล่าว







