posttoday
เทคโนโลยีกับการจัดการเงินๆ ทองๆ ส่วนบุคคล

เทคโนโลยีกับการจัดการเงินๆ ทองๆ ส่วนบุคคล

27 มกราคม 2559

โดย...ฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์

โดย...ฉัตรพงศ์ วัฒนจิรัฏฐ์

ในยุค Internet of Things เช่นนี้ ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์เทคโนโลยีได้เข้ามาเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตประจำวันของเราอย่างชัดเจน จากเดิมที่เราต้องยืนโบกแท็กซี่หรือต่อคิวพี่วินมอเตอร์ไซค์ ก็เปลี่ยนมาเป็นการเรียกใช้บริการผ่านแอพมือถือ ซึ่งช่วยลดความกังวลว่าจะหารถได้หรือเปล่า รวมทั้งช่วยให้เราปลอดภัยจากการไปยืนสูดดมควันพิษริมท้องถนน หรือจากเดิมที่เราต้องมโนเองว่าสุขภาพดีหรือแย่แค่ไหน ก็เปลี่ยนมาเป็นการใช้อุปกรณ์ไอทีแบบสวมใส่ (Wearable Device) ที่ช่วยวัดจำนวนก้าวการเดิน เก็บประวัติการออกกำลังกาย บันทึกคุณภาพการนอนหลับ ทำให้เราสามารถประเมินสุขภาพตัวเอง
ได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ ผู้ให้บริการบางรายยังสอดแทรกคำแนะนำที่ช่วยให้เราดูแลสุขภาพได้ดีขึ้นอีกด้วย

เรื่องการเงินก็เช่นกัน นอกจากระบบการทำธุรกรรมผ่านมือถือ (Mobile Banking) หรือระบบอินเทอร์เน็ต (Internet Banking) ที่ช่วยให้เราทำโอนเงิน จ่ายบิล ซื้อกองทุน ซื้อหุ้นได้สะดวกแล้ว ก็ยังมีผู้ให้บริการในไทยอีกหลายรายได้พัฒนาโปรแกรมที่เป็นตัวช่วยให้เราบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น บทความนี้จึงขอหยิบยกโปรแกรมประเภทต่างๆ มาเป็นประโยชน์ให้ท่านผู้อ่านได้ลองพิจารณาติดมือไว้ อย่างไรก็ดี เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านการให้ความรู้ ไม่ใช่เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ผมจึงไม่ได้เอ่ยชื่อโปรแกรมใดๆ ในบทความนี้

กลุ่มแรกคือตัวช่วยวิเคราะห์การใช้จ่าย หรือที่มักเรียกกันว่า Expense Manager โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับคนที่ “สงสัย” ว่าเงินแต่ละวันหายไปไหน ทำไมไม่มีเงินเก็บเลย จริงๆ แล้วโปรแกรมนี้คือสมุดบันทึกรายจ่ายนั่นเอง เดิมเรามักตีเส้นตารางในสมุดแล้วจดว่าแต่ละวันจ่ายเงินเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือนันทนาการสักเท่าใด ก็ปรับมาเป็นรูปแบบโปรแกรมที่ช่วยประมวลข้อมูลให้เห็นสัดส่วนการใช้จ่ายเงินแต่ละช่วงเวลากันอย่างชัดเจน ทำให้เราสามารถพุ่งเป้าไปลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นได้สะดวกขึ้น ผู้ให้บริการบางรายได้ริเริ่มเชื่อมโยงข้อมูลการรูดบัตรเครดิตด้วย ช่วยให้อัพโหลดข้อมูลการใช้จ่ายเข้าโปรแกรมโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมานั่งบันทึกเอง ทำให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

กลุ่มที่สองคือตัวช่วยเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์การเงิน หรือที่เรียกว่า Screener โปรแกรมนี้เหมาะกับคนที่กำลัง “ค้นหา” ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เหมาะสม แต่ติดปัญหาตรงที่เจอข้อมูลผลิตภัณฑ์การเงินเยอะมากๆ เปรียบเทียบข้อมูลไม่ไหว โปรแกรมนี้จะช่วยให้ลดขั้นตอนนี้โดยให้ผู้ใช้งานเลือกตัวแปรเพื่อคัดกรองข้อมูล ช่วยแสดงผลผลิตภัณฑ์ที่น่าจะใกล้เคียงความต้องการได้ภายในไม่กี่คลิก นอกจากนี้ ยังทำให้ผู้ใช้งานทราบข้อมูลผลิตภัณฑ์ของสถาบันการเงินรายเล็กที่อาจจะนำเสนอสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น โปรแกรมสำหรับเปรียบเทียบแบบประกันรถยนต์นั้น จะให้เรากรอกข้อมูลรุ่นและปีรถยนต์ พร้อมเลือกว่าจะใช้ประกันชั้นไหน ก็แสดงรายละเอียดค่าเบี้ยประกัน ทุนประกัน การซ่อมศูนย์ เป็นต้น ส่วนโปรแกรมช่วยเลือกกองทุนนั้นก็จะแสดงตัวกรองต่างๆ เช่น ผลตอบแทนย้อนหลัง และระดับความเสี่ยงให้เห็นเทียบกัน โปรแกรมในกลุ่มนี้มักมาพร้อมกับคะแนนรีวิวหรือจัดอันดับ ซึ่งเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดี ก็ต้องไม่ลืมว่าการรีวิวหรือจัดอันดับนั้นสะท้อนความคิดเห็นส่วนบุคคล สิ่งของที่ผู้บริโภคท่านอื่นชมหรือติก็ไม่ได้แปลว่าเหมาะหรือไม่เหมาะกับเราเสมอไป จำเป็นต้องใช้วิจารณญาณประกอบด้วย

กลุ่มสุดท้ายคือตัวช่วยติดตามการลงทุน หรือที่เรียกกว่า Consolidated Portfolio โปรแกรมนี้เหมาะกับคนที่มีสินทรัพย์หลากหลาย เช่น มีเงินฝากหลายแบงก์ เปิดบัญชีกองทุนรวมหรือหุ้นหลายสำนัก จะได้ “รวบรวม” สินทรัพย์ไว้ในที่เดียว ความพิเศษของโปรแกรมนี้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่บันทึกว่าสินทรัพย์อยู่ไหนเป็นจำนวนเท่าใดแค่นั้น แต่มักมาพร้อมการอัพเดทราคาหุ้นหรือมูลค่าหน่วยลงทุนให้ทุกวันทำการ ทำให้เราติดตามสถานะลงทุนอย่างใกล้ชิด และเมื่อนำมาใช้ควบคู่กับพอร์ตการลงทุนที่แนะนำแล้ว จะช่วยให้ผู้ใช้บริการประเมินสถานะความเสี่ยงจากการลงทุนได้ง่ายขึ้น

โปรแกรมเหล่านี้มีประโยชน์ในแง่การช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลและตัดสินใจได้อย่างรอบคอบมากขึ้น แต่มิใช่ไอเท็มวิเศษที่เมื่อ Install แล้วจะทำให้เรารวยขึ้นแบบง่ายๆ สุดท้ายแล้วการจัดการเงินส่วนบุคคลก็ต้องพึ่งพาตัวเราเป็นหลัก ทั้งการมีวินัยการออม การศึกษาข้อมูล และการตัดสินใจครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค