posttoday
NPL ผ่านจุดที่ น่าห่วงที่สุดไปแล้ว

NPL ผ่านจุดที่ น่าห่วงที่สุดไปแล้ว

26 มกราคม 2559

กลุ่มธนาคารรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2558 ที่ 4.3 หมื่นล้านบาท แม้จะลดลง 2.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 12.3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ดีกว่าที่เราและตลาดคาด

กลุ่มธนาคารรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2558 ที่ 4.3 หมื่นล้านบาท แม้จะลดลง 2.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 12.3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ดีกว่าที่เราและตลาดคาด

ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยสูงกว่าคาด ต้นทุนทางการเงินต่ำกว่าคาดตามอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง และการบริหารเงินฝากของแต่ละธนาคาร รวมถึงการได้เงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาล และการตั้งสำรองสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่น้อยกว่าคาด สะท้อนว่ากลุ่มธนาคารมีความเป็นห่วงต่อคุณภาพหนี้ลดลง ทุกธนาคารยกเว้นธนาคารทหารไทย (TMB) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ต่างรายงานสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในปีที่ผ่านมาลดลงจากการขายและการตัดจำหน่าย การจำกัดการเพิ่มขึ้นของ NPL ใหม่ รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้ โดยรวมจึงพูดได้ว่ากลุ่มธนาคารโดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ผ่านจุดที่แย่ที่สุดในเรื่องของ NPL ไปแล้ว (ถ้าเศรษฐกิจไม่กลับมาแย่อีกรอบ)

ส่วนธนาคารที่ทำเช่าซื้อ ได้แก่ ธนาคารทิสโก้ (TISCO) บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) และธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) ผ่านจุดพีกที่สุดของ NPL ไปก่อนแล้วตั้งแต่ปี 2557 ทำให้ราคาหุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวได้ดีกว่าธนาคารขนาดใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา

ความกังวลต่อ NPL ผ่อนคลายลง

ทุกธนาคารยกเว้น TMB และ KBANK ต่างรายงาน NPL ปี 2558 ลดลงจากไตรมาส 3 ปี 2558  ราว 6.2% หรือราว 2 หมื่นล้านบาท โดยธนาคารกรุงไทย (KTB) แสดง NPL ลดลงมากที่สุดจากการตัดจำหน่ายหนี้ SSI-UK จำนวน 1.24 หมื่นล้านบาทเป็นหนี้สูญ ธนาคารอื่นที่ NPL ลดลงเกิดจากการขายและการตัดจำหน่าย รวมถึงการจำกัดการเพิ่มขึ้นของ NPL ใหม่ และบางส่วนมาจากการปรับโครงสร้างหนี้ที่ประสบความสำเร็จ

ส่วน TMB และ KBANK ที่ NPL เพิ่มขึ้นนั้น เราไม่กังวล เพราะเป็นอัตราการขึ้นที่ชะลอลง และเกิดจากความเข้มงวดในการจัดชั้นหนี้ ทั้งนี้หลังจากการตัดหนี้สูญของ SSI-UK ของ KTB แล้ว ทำให้อัตราส่วนNPL ของกลุ่มธนาคารปรับลงมาเหลือ 3.2% จาก 3.4% ในไตรมาสก่อนหน้า แนวโน้มของ NPL ในปี 2558 น่าจะผ่อนคลายลง แม้ยังมีทิศทางที่ปรับขึ้นอยู่เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง แต่ธนาคารเริ่มควบคุมและบริหารจัดการได้ 

TMB เป็นธนาคารเดียวที่เราปรับประมาณการขึ้น

TMB เป็นธนาคารที่กำไรออกมาดีกว่าทั้งเราและตลาดคาดถึง 30-40% แม้ว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2558 จะลดลง 7% จากไตรมาสก่อน และ 12% จากปีที่ผ่านมา กำไรที่ดีกว่าคาดเกิดจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญที่น้อยกว่าที่คาด TMB เป็นธนาคารเดียวที่เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 ขึ้น 15% เป็นเติบโต 13.7% โดย

1) ปรับเพิ่มการเติบโตของสินเชื่อ

2) ปรับลดต้นทุนทางการเงินและต้นทุนการดำเนินงาน

3) ปรับเพิ่มการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และ

4) ปรับลดการตั้งสำรองฯ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จและยังเชิงรุกต่อในปีนี้ ทำให้ ROE ของ TMB จะยังทรงตัวในระดับสูงราว 13-14% (มากกว่ากลุ่มที่เฉลี่ยที่ 12%) ถือเป็นธนาคารขนาดกลางที่มีศักยภาพเทียบเท่าธนาคารขนาดใหญ่ เราปรับเพิ่มราคาพื้นฐานเป็น 3.10 บาท และคาดเงินปันผลปี 2558 จำนวน 0.06 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield 2.5%

KBANK กำไร 4Q58 หดตัวแรงแต่อยู่ในคาดการณ์แล้ว

สำหรับ KBANK ที่เป็น Top Pick ของ FSS มาตลอดนั้น กำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2558 ไม่น่าตื่นเต้น ใกล้เคียงกับที่เราคาดคือ หดตัวแรง 46% จากไตรมาสก่อน และ 45% จากปีก่อน เพราะในไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการตั้งสำรองการด้อยค่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์จำนวน 2,314 ล้านบาท แต่ในด้านธุรกิจหลักยังแข็งแกร่ง มีการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 3.5% จากไตรมาสก่อน และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) อยู่ในระดับสูง 3.66% สูงกว่าทุกธนาคาร เรายังคงชอบ KBANK จากความสามารถในการทำกำไรที่อยู่ในระดับสูง ROE ที่ทำได้ถึงเกือบ 14% และ NIM ที่ 3.5% ขณะที่ NPL อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดี ราคาพื้นฐานของ KBANK ประเมินไว้ที่ 210 บาท

แนะนำ KBANK TMB TCAP

FSS คาดว่ากำไรของกลุ่มธนาคารในปี 2559 จะฟื้นตัว 6% จากปีก่อนที่หดตัว 7% จากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญในปีนี้ที่จะลดลง ขณะที่คาดว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิจะขยายตัวได้ตามแนวโน้มเงินให้สินเชื่อที่น่าจะดีกว่าปีก่อน รวมถึงธุรกรรมทางเศรษฐกิจที่ค่อยๆ ฟื้นตัว ความเสี่ยงสำคัญหลักของกลุ่มธนาคารอย่างการเพิ่มขึ้นของ NPL และการหดตัวของสินเชื่อได้รับรู้ในราคาหุ้นไปแล้ว ในขณะที่ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารปัจจุบันซื้อขายที่ Forward PE ปีนี้เพียง 8.7 เท่า และ PBV ต่ำเพียง 1.0 เท่า ถือว่าถูก เรายังคงชอบ KBANK (ราคาพื้นฐาน 210 บาท) เพิ่มด้วย TMB (ราคาพื้นฐาน 3.10 บาท)  และ TCAP (ราคาพื้นฐาน 43 บาท)

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค