
ผลตอบแทนลดลงในตราสารระยะกลางถึงยาว
โดย...สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
โดย...สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (18-22 ม.ค. 2559) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (5 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 393,875.94 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 78,775.19 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 15%
ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 71% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 278,850 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน)
ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 81,536 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 10,347 ล้านบาท หรือคิดเป็น 21% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ
สำหรับพันธบัตรรัฐบาลที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB206A (อายุ 4.4 ปี) LB21DA (อายุ 5.9 ปี) และ LB196A (อายุ 3.4 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 20,973 ล้านบาท 15,001 ล้านบาท และ 9,215 ล้านบาท ตามลำดับ
ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชนที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ปตท. รุ่น PTTC21NB (AAA(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 516 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต รุ่น DTN257A (AA+) มูลค่าการซื้อขาย 461 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง รุ่น TLT162A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 433 ล้านบาท
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะกลางถึงยาวปรับลดลงตั้งแต่ 1-7 bps. โดยตราสารรุ่นอายุ 5 ปี ปรับลดลงถึง 7 bps. จาก 2.06% ในสัปดาห์ก่อนหน้าเป็น 1.99% ทั้งนี้ตลาดได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงค่อนข้างมาก โดยในช่วงต้นสัปดาห์ราคาน้ำมันลดต่ำลงแตะระดับ 27.72 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หลังจากที่สหรัฐ และสหภาพยุโรป (อียู) ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านอย่างเป็นทางการ ซึ่งหากอิหร่านเริ่มส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลก จะทำให้มีอุปทานน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 5 แสนบาร์เรล/วัน ประกอบกับรายงานตัวเลขจีดีพีของจีนประจำปี 2558 ขยายตัวอยู่ที่ 6.9% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 25 ปี
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายสัปดาห์ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากการที่กลุ่มไอเอสโจมตีคลังน้ำมันในลิเบีย และสภาพอากาศที่หนาวเย็นในสหรัฐและยุโรปกระตุ้นความต้องการใช้พลังงาน ทั้งนี้ตลาดติดตามการประชุม FOMC ในวันที่ 26-27 ม.ค. ซึ่งคาดว่าจะยังไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบนี้
ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา (18-22 ม.ค. 2559) มีกระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 4,599 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 1,376 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุมากกว่า 1 ปี) 5,974 ล้านบาท
หมายเหตุ : อันดับเครดิต หมายถึง อันดับเครดิตของหุ้นกู้เฉพาะรุ่น หรืออันดับเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้







