posttoday
รองเท้าผ้าใบ บักเก็ตฟีต ออกแบบจากทั่วมุมโลก

รองเท้าผ้าใบ บักเก็ตฟีต ออกแบบจากทั่วมุมโลก

26 มกราคม 2559

โดย...ชญาดา เขียนนอก

โดย...ชญาดา เขียนนอก

“บักเก็ตฟีต” เป็นร้านค้ารองเท้าผ้าใบออนไลน์ ที่มีแนวคิดให้ศิลปินจากทั่วทุกมุมโลกเป็นผู้ออกแบบเพนต์ลายรองเท้า ทำให้บักเก็ตฟีตไม่ใช่แค่ธุรกิจรองเท้าผ้าใบสวยงาม แต่กลายเป็นงานศิลปะบนรองเท้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ธุรกิจบักเก็ตฟีต ก่อตั้งเมื่อปี 2011 ที่นครชิคาโก สหรัฐ หลังจากที่ ราจา เนมานิ เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศอาร์เจนตินา และได้ซื้อรองเท้าเพนต์ลายจาก แอรอน ไฟเรสทีน ที่ทำร้านค้ารองเท้าอยู่ในประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งรองเท้าคู่นั้นกลายมาเป็นจุดสนใจของผู้คนที่เห็นรองเท้าลายแปลกตา โดยเฉพาะเวลาที่เดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ ทำให้เนมานิเกิดความคิดทำธุรกิจรองเท้าเพนต์ลายร่วมกับไฟเรสทีน

รองเท้าของบักเก็ตฟีตให้ความสำคัญกับการออกแบบลวดลายบนรองเท้าให้เป็นงานศิลปะที่สะท้อนวัฒนธรรมและแนวคิดของศิลปินผู้ออกแบบจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งทั้งนักออกแบบมืออาชีพและมือสมัครเล่นสามารถส่งแบบลายรองเท้าให้แก่บักเก็ตฟีต จากนั้นทางร้านจะติดต่อกลับไปหากลวดลายดังกล่าวได้รับการคัดเลือก

นอกจากนี้ เว็บไซต์ออนไลน์ของบักเก็ตฟีตยังนำเสนอข้อมูลแนวคิด แรงบันดาลใจ และรายละเอียดของผู้ออกแบบรองเท้าด้วย เพื่อเป็นการให้เครดิตแก่ศิลปินและเป็นการจัดแสดงงานศิลปะให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย ขณะเดียวกันศิลปินก็จะได้รับเงินจำนวน 250 เหรียญสหรัฐ (ราว 9,035 บาท) ต่อลายนั้นๆ และได้รับเงินเพิ่มอีกตามจำนวนรองเท้าที่ขายได้ จำนวน 1 เหรียญสหรัฐ (ราว 36.14 บาท) ต่อคู่

ศิลปินคนแรกที่ออกแบบลายรองเท้าให้บักเก็ตฟีต คือเครือข่ายของไฟเรสทีนในอเมริกาใต้ ขณะที่ในปัจจุบัน บักเก็ตฟีตร่วมงานกับศิลปินท้องถิ่น ทั้งนักออกแบบ สถาปนิก นักวาดภาพฝาผนัง รวมถึงนักถ่ายภาพกว่า 3 หมื่นคน จาก 100 ประเทศทั่วโลก

ลูกค้าส่วนใหญ่ของบักเก็ตฟีตมาจากการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ โดยราว 20% ของยอดขาย มาจากลูกค้าต่างชาติ ซึ่งรู้จักธุรกิจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยในปัจจุบัน รองเท้าผ้าใบบักเก็ตฟีตมียอดขายถึง 5 แสนคู่และระดมเงินธุรกิจร่วมลงทุน (วีซี) ไปแล้ว 16 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 587.2 ล้านบาท)

นอกจากนี้ บักเก็ตฟีต ได้ขยายธุรกิจไปสู่การออกแบบถุงเท้าด้วย และวางแผนว่าจะจำหน่ายรองเท้าประเภทอื่นนอกเหนือจากรองเท้าผ้าใบในอนาคตด้วย ขณะที่บักเก็ตฟีตเริ่มให้ความสำคัญกับร้านค้าปลีกแบบมีหน้าร้านมากขึ้น โดยจัดร้านค้าในรูปแบบของสตูดิโอ โดยเฉพาะในชิคาโก นิวยอร์ก และร้านค้าป๊อป-อัพ ในไทเป ไต้หวัน รวมทั้งมีหน่วยธุรกิจในห้างสรรพสินค้าหรูอย่าง นอร์ดสตรอม และกำลังวางแผนขยายไปอีกหลายประเทศ

ในปัจจุบัน บักเก็ตฟีตยังมีร้านค้าปลีก 4 สาขาในสหรัฐ และมีร้านค้าปลีกกว่า 100 สาขาใน 25 ประเทศทั่วโลก

ผู้ก่อตั้งธุรกิจทั้งสอง ได้เล่าถึงอุปสรรคในช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจ ซึ่งประสบความยากลำบาก เนื่องจากไม่มีความรู้และเครือข่ายธุรกิจเลย จึงเริ่มต้นด้วยการค้นหาข้อมูลทั่วไปจากเว็บไซต์กูเกิล และทุ่มเงินกว่า 6 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 2.16 ล้านบาท) ในช่วงสองปีแรก เพื่อทำการผลิตรองเท้าเพียงอย่างเดียว

ทั้งสองเล่าว่า ได้สั่งรองเท้าผ้าใบ 2,600 คู่ในการผลิตครั้งแรก และสั่งรองเท้าทุกขนาดเป็นจำนวนเดียวกัน ด้วยความที่ขาดประสบการณ์ทางธุรกิจ ทำให้รองเท้าขนาดเล็กมากและใหญ่มากขายไม่ได้และค้างอยู่ในคลังสินค้า

นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรคจากสภาพอากาศหนาวในชิคาโก ซึ่งทำให้การขนย้ายและจัดเก็บสินค้าลำบากมาก ในตอนนั้นซึ่งทางร้านยังไม่มีลูกจ้างและพนักงาน

แม้ในบางครั้ง พวกเขาอาจถูกเรียกว่าเป็น “คนบ้า” บ้าง จากการทำธุรกิจด้วยการไม่มีประสบการณ์มาก่อน แต่ทั้งสองได้ดำเนินธุรกิจนี้ด้วยความภาคภูมิใจ จนกระทั่งประสบความสำเร็จ เนมามิ กล่าวว่า แม้จะไม่มีประสบการณ์หรือมีเครือข่ายธุรกิจมาก่อนก็สามารถทำธุรกิจที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาได้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน