posttoday
ราชาท่าเรือฟิลิปปินส์

ราชาท่าเรือฟิลิปปินส์

25 มกราคม 2559

สำหรับประเทศหมู่เกาะอย่างฟิลิปปินส์ “ท่าเรือ” ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขนส่งทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ

โดย...สมหทัย โมสิกะ

สำหรับประเทศหมู่เกาะอย่างฟิลิปปินส์ “ท่าเรือ” ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขนส่งทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งผู้นำของวงการที่จะต้องรู้จักคือ “เอนริเก ราซอน จูเนียร์” ประธานบริหาร “อินเตอร์เนชั่นแนล คอน เทนเนอร์ เทอร์มินอล เซอร์วิสเซส” (ไอซีทีเอสไอ) บริษัทบริหารท่าเรือรายใหญ่อันดับ 1 ของฟิลิปปินส์ และเป็นประธานกรรมการ “บลูมเบอร์รี่ รีสอร์ท คอร์ป” เจ้าของ
โซแลร์ รีสอร์ท แอนด์ กาสิโน หนึ่งในผู้บริหารรีสอร์ทรายใหญ่ของประเทศ

เอนริเก เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของครอบครัวที่ทำธุรกิจด้านบริหารจัดการคาร์โก้ทางทะเลของฟิลิปปินส์ โดย “ราซอน กรุ๊ป” มีชื่อเสียงมายาวนานในฐานะผู้บุกเบิกการบริหารและพัฒนาท่าเรือ เทอร์มินอล และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ด้านการขนส่งทางทะเล ปัจจุบันบริษัทบริหารท่าเรือและเทอร์มินอล 29 แห่ง ใน 21 ประเทศทั่วโลกทั้งในเอเชีย แอฟริกา และละตินอเมริกา

นักบริหารหนุ่มใหญ่คนนี้เริ่มทำงานกับบริษัทครอบครัวตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี จากเป็นเพียงพนักงานระดับเล็กๆ จนไต่เต้าขึ้นมาเรื่อยๆ และในที่สุดก้าวขึ้นเป็นประธานกรรมการของไอซีทีเอสไอ ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2530 จากการควบรวมกิจการของราซอน กรุ๊ป และโซเรียโน กรุ๊ป และได้เข้าไปร่วมประมูลรับสัมปทานบริหารมะนิลา อินเตอร์เนชั่นแนล คอนเทนเนอร์ เทอร์มินอล (เอ็มไอซีที) ในฟิลิปปินส์ โดยเอนริเกคือหัวหอกสำคัญในการพัฒนาเอ็มไอซีที จนทำให้ทุกวันนี้กลายเป็นประตูการค้าสำคัญทางน้ำเชื่อมระหว่างฟิลิปปินส์และตลาดโลก ปัจจุบันนอกจากเอ็มไอซีทีแล้ว ไอซีทีเอสไอยังบริหารเทอร์มินอลอีก 6 แห่ง ในฟิลิปปินส์ด้วย

นอกจากความสำเร็จในวงการขนส่งทางเรือแล้ว เอนริเกได้เริ่มลงทุนด้านรีสอร์ทและกาสิโนเมื่อปี 2553 ซึ่งเขาเชื่อว่าตลาดกาสิโนในฟิลิปปินส์ยังเติบโตได้อีกมาก

เมื่อถูกถามถึงสไตล์การบริหาร ธุรกิจของตัวเอง เอนริเกเคยให้สัมภาษณ์กับวอลสตรีท เจอร์นัล ว่า เขาไม่ได้บริหารงานแบบประชา ธิปไตย เขาจะตัดสินใจทุกอย่างเองทั้งหมดอย่างรวดเร็ว และส่วนใหญ่ก็จะตัดสินใจคนเดียว

เขายังบอกด้วยว่า การบริหารรีสอร์ทมีความซับซ้อนมากกว่าการบริหารท่าเรือ เพราะต้องเกี่ยวข้องกับผู้คน ซึ่งในมุมมองของเขาแล้ว มีคนอยู่ 2 แบบเท่านั้น คือ คนที่ให้ข้อเสนอแนะ และคนที่พร่ำบ่นแต่ปัญหา

เอนริเกยังพูดถึงการบริหารชีวิตการทำงานว่า ไอซีทีเอสไอคืองานกลางวัน ส่วนโซแลร์คืองานกลางคืน เขาเป็นคนที่เดินทางบ่อยมาก หรือประมาณ 200 วัน/ปี ซึ่งนี่เป็นอีกจุดเด่นของเอนริเก ที่ทำให้เขาสามารถปลุกปั้นให้ธุรกิจรีสอร์ทและกาสิโนของเขามีมาตรฐานระดับโลก โดยอาศัยประสบการณ์ที่ได้พบเห็นในประเทศต่างๆ นั่นเอง

คนที่ทำงานร่วมกับเอนริเกมานาน บอกว่า ความสำเร็จของเอนริเกทุกวันนี้เกิดจากความมีวิสัยทัศน์กว้างไกล เอนริเกไม่ได้คิดแค่ทำกำไรจากธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่คาดหวังให้ธุรกิจของเขายืนอยู่ในแถวหน้าของโลกด้วย ที่สำคัญเขาเป็นคนกล้าเสี่ยง และทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อก้าวไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

ในปี 2558 เอนริเกได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ให้เป็นคนรวยอันดับ 5 ของฟิลิปปินส์ ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 4,100 ล้านเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน