posttoday
เฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย บาทแข็งค่าช่วงสั้นๆ

เฟดชะลอขึ้นดอกเบี้ย บาทแข็งค่าช่วงสั้นๆ

25 มกราคม 2559

โดย...พรวลี พิลาวรรณ

โดย...พรวลี พิลาวรรณ

ในสัปดาห์นี้สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 36.00-36.30 ปัจจัยที่นักลงทุนรอติดตามและจะมีผลต่อตลาดค่าเงิน ได้แก่ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วันที่ 26-27 ม.ค. หลังจากการประชุมครั้งที่ผ่านมาเฟดตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25bps มาที่ระดับ 0.25-0.50%

กสิกรไทยมองว่าในภาวะที่ตลาดการเงินโลกมีความผันผวนเช่นนี้ ราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มปรับลดลง และความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจจีนยังเป็นสิ่งที่นักลงทุนกังวลอยู่ จะทำให้เฟดยังมีท่าทีที่ไม่เร่งรีบขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากสิ่งที่ทำให้เฟดยังรอต่อไปมาจากเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มชะลอตัวสะท้อนจากตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ธ.ค. หดตัวลง

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังไม่มีสัญญาณว่าจะปรับเร่งขึ้นในเร็วๆ นี้ และมีโอกาสเคลื่อนไหวมาที่ระดับเป้าหมาย 2% ได้ยากขึ้นกว่าเดิม ประเด็นเหล่านี้ทำให้นักลงทุนเชื่อว่าเฟดไม่น่าจะสามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เร็วหรือขึ้นได้เท่ากับที่ผู้กำหนดนโยบายของสหรัฐ มองว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2559 ได้ถึง 4 ครั้ง (ครั้งละ 25bps) แต่กสิกรไทยประเมินว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังได้เห็นตัวเลขจีดีพี ไตรมาส4/2015 ของสหรัฐ ซึ่งเป็นการรายงานครั้งแรกและนักวิเคราะห์จากบลูมเบิร์กคาดว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลงที่ 0.7% เทียบไตรมาสต่อไตรมาส จากไตรมาส 3 ที่ขยายตัว 2% ดังนั้น ปัจจัยดังกล่าวจึงน่าจะหนุนให้เงินเหรียญสหรัฐปรับตัวแข็งค่าได้ยากในสัปดาห์นี้

มุมมองที่เฟดยังไม่รีบขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นจะทำให้สกุลเงินเอเชียและค่าเงินบาทอาจปรับตัวแข็งค่าได้เมื่อเทียบเหรียญสหรัฐในช่วงสั้นๆ แม้ว่าในช่วงปลายเดือนที่จะเห็นความต้องการซื้อเหรียญสหรัฐจากผู้นำเข้าอยู่บ้างและอาจเคลื่อนไหวไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ 35.90 หากสามารถทะลุแนวรับสำคัญที่ 36.00 ได้ นอกจากประเด็นจากต่างประเทศแล้ว

สัปดาห์นี้จะยังได้เห็นตัวเลขการส่งออกของไทยเดือน ธ.ค.และทั้งปี 2558 ซึ่งจะเป็นปีที่เห็นการส่งออกไทยหดตัวสูงสุดมากกว่า 5% หลังจากหดตัว 0.3% และ 0.4% ในปี 2556 และ 2557 ตามลำดับ

เงินบาท เปิดตลาดที่ 36.31 และก่อนจะโน้มแข็งค่าขึ้นเมื่อเข้าสู่กลางสัปดาห์ตามทิศทางค่าเงินหยวนที่ผันผวนน้อยลงมาก เนื่องจากทางการจีนจะกำหนดอัตราส่วนการกันสำรองเงินฝากของธนาคารต่างประเทศในจีนที่ระดมเงินฝากในรูปเงินหยวนจากอัตราส่วนเดิม 0% และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 ม.ค.นี้ เพื่อป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินหยวน เข้าสู่ช่วงท้ายสัปดาห์ที่ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ 27 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 13 ปี หนุนจิตวิทยานักลงทุนให้ปรับตัวดีขึ้นและเพิ่มความต้องการถือสินทรัพย์เสี่ยง ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวหลุดแนวรับสำคัญที่ 36.20 ก่อนจะมาปิดตลาดที่ระดับ 36.03 หลังช่วงท้ายตลาดที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นมาแตะระดับ 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล (วันศุกร์ ณ เวลา 17.00 น.)

เงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.0916 ค่าเงินยูโรสามารถยืนระดับเหนือ 1.0875 ได้เกือบตลอดสัปดาห์ โดยช่วงท้ายสัปดาห์ หลังการประชุมธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) สิ้นสุดลง และส่งสัญญาณว่าอาจมีการทำนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพิ่มเติมในการประชุมรอบถัดไปเดือน มี.ค. เนื่องจากเศรษฐกิจยังมีความเสี่ยงต่อภาวะเงินฝืด และมีปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากความผันผวนในตลาดการเงิน ราคาน้ำมันที่ลดลงและการชะลอตัวของจีน ค่าเงินยูโรปรับอ่อนค่าลงมาทันทีเมื่อเทียบกับดอลลาร์หลังการประชุมและเคลื่อนไหวมาแตะระดับต่ำกว่า 1.08 เป็นครั้งแรกในรอบสองสัปดาห์ที่ 1.0780 ก่อนจะรีบาวด์ขึ้นมาปิดตลาดที่ 1.0837 (วันศุกร์ ณ เวลา 17.00 น.)

เงินเยน เปิดตลาดที่ 116.88 และถูกขับเคลื่อนจากภาวะกลัวความเสี่ยงของนักลงทุนเป็นสำคัญ หลังทางการจีนพยายามรักษาเสถียรภาพค่าเงินหยวน ทำให้เงินหยวนไม่อ่อนค่าลงต่อ ประกอบกับจีดีพีไตรมาส 4/2558 บ่งชี้การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนแต่ก็ไม่ทำให้ตลาดตกใจ ทำให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงมาที่ 117.96 อย่างไรก็ดี หลังราคาน้ำมันปรับย่อลงไปทดสอบระดับ 27 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ประกอบกับนักลงทุนกังวลการฟื้นตัวที่เปราะบางของเศรษฐกิจสหรัฐ ทำให้เงินเยนในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นที่ 117.70 ช่วงท้ายสัปดาห์ หลังราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นมาที่ 30 เหรียญสหรัฐ  สกุลเงินสินทรัพย์เสี่ยงได้รับแรงหนุนให้ปรับแข็งขึ้นและกดดันให้เงินเยนอ่อนค่าไปที่ 118.20 (วันศุกร์ ณ เวลา 17.00 น.)

ตราสารหนี้ไทย สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการออกและเสนอขายหุ้นกู้ตลาดแรกของบริษัทใหญ่ๆ ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ A+ ขายให้ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ รุ่นอายุ 5 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 3.10% มูลค่า 7,450 ล้านบาท รุ่นอายุ 7 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 3.47% มูลค่า 2,150 ล้านบาท รุ่นอายุ 10 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 3.87% มูลค่า 3,350 ล้านบาท และรุ่นอายุ 12 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 4.15% มูลค่า 3,050 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ เสนอขายผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ รุ่นอายุ 3 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 5.40% มูลค่า 500 ล้านบาท บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง ออกหุ้นกู้เสนอขายประชาชนทั่วไป รุ่นอายุ 5 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 5.25% มูลค่า 3,590 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน