
ปฏิรูปประเทศไทย ต้องปฏิรูปภาษ๊ (จบ)
...กิติพงษ์ อุรพีพัฒนพงศ์
3. ภาษีศุลกากร
3.1แก้ไขกฎหมายศุลกากรให้เป็นไปตามแนวทางของนานาชาติ
3.2ต้องแก้ไขโดยยกเลิกโทษทางอาญาบางเรื่องออกไป โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ประกอบการไม่ได้จงใจหลีกเลี่ยง แต่อาจเป็นเรื่องความเข้าใจผิด โดยให้เป็นเรื่องทางแพ่ง ที่สำคัญควรพิจารณายกเลิกเงินสินบนและรางวัล เพราะปัจจุบันเป็นช่องทางการทุจริตทั้งโดยชอบและไม่ชอบด้วยกฎหมาย เงินสินบนรางวัลนำจับจะตกเป็นของเจ้าหน้าที่ 55% รัฐบาลได้เงินเพียง 15% และผู้ถูกประเมินนำมาหักเป็นรายจ่ายได้ (ผมเคยเขียนบทความเรื่องนี้มาแล้ว และเสนอให้ไม่ควรให้หักรายจ่ายได้หากเป็นการกระทำผิดอาญาโดยจงใจ)
3.3การลดอัตราภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าฟุ่มเฟือยบางประเภท เพื่อส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางการช็อปปิ้งและท่องเที่ยว
ในการที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและช็อปปิ้ง และป้องกันเงินตราออกนอกประเทศจากผู้ที่ไปลงทุน จึงสมควรให้มีการพิจารณาการลดอัตราสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อให้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางการช็อปปิ้ง เช่น ฮ่องกง และสิงคโปร์ โดยการจะลดอัตราภาษีขาเข้าลง แทนที่จะมีการปล่อยให้มีการหนีภาษีสำหรับอภิสิทธิ์ชน เช่น ไวน์ ในสิงคโปร์เก็บภาษีในอัตราขวดละ 10 เหรียญ ไม่ว่ามูลค่าไวน์จะราคาเท่าใด หรือของ Brandname ที่มีราคาสูง ก็ควรจะไปลดภาษีลงให้ใกล้เคียงกับต่างประเทศ เพราะหากบริษัทเหล่านั้นกำไรก็ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลอยู่ดี เพราะของเหล่านี้มีขายในเมืองไทยก็ขายได้ถูกกว่าสิงคโปร์และฮ่องกง เพราะค่าเช่าและต้นทุนถูกกว่า 2 ประเทศนี้มาก และจะยังมีการจ้างแรงงาน การเช่าทรัพย์สินจากเจ้าของศูนย์การค้าได้ อันจะเป็นการครบวงจรทางเศรษฐกิจ
ปัจจุบันระหว่างเงินได้จากศุลกากรไม่ควรจะเป็นรายได้หลัก แต่รัฐบาลควรคิดถึงผลกระทบอื่นๆ ในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นหน่วยผลพลอยได้จากเงินได้จากการจ้างงาน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และท่องเที่ยว แต่การกำหนดเงื่อนไขสินค้าฟุ่มเฟือยคงจะต้องดูถึงราคาสินค้าว่าเป็นของ Brandname จริงหรือไม่ เพื่อคุ้มครองผู้ผลิตในประเทศเช่นเดียวกับประเทศมาเลเซีย
บทสรุป
บทความนี้ผมอาจไม่มีทฤษฎีทางวิชาการสนับสนุน แต่ผมคิดว่าอย่างน้อยข้อมูลหรือข้อเสนอที่เสนอนี้จะเป็นประโยชน์ในการศึกษาข้อดีข้อเสียของมาตรการแต่ละมาตรการ โดยเฉพาะย่อมต้องมีผู้ได้และเสียในการปฏิรูปภาษี
แต่ทุกอย่างจะต้องพิจารณาโดยเอาประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง โดยไม่ถือเอาประโยชน์ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น หากลดภาษี กระทรวงการคลังก็อาจเก็บภาษีน้อยลงในระยะแรก แต่ในระยะยาวอาจเก็บภาษีทั้งทางตรงและทางอ้อมได้มากขึ้น ผมจึงขอวิงวอนคนไทยทุกคนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปภาษี และรัฐบาลต้องรับเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการต่อไปอย่างรีบด่วน







