
BAYกำไรเพิ่ม31%
BAY กำไรปี 2558 แกร่งที่ 1,890 ล้าน เพิ่มขึ้น 31.6% สวนทาง TMB-BBL
BAY กำไรปี 2558 แกร่งที่ 1,890 ล้าน เพิ่มขึ้น 31.6% สวนทาง TMB-BBL
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) แจ้งกำไรสุทธิปี 2558 อยู่ที่ 1,890 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.6% จากปี 2557 จากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิตามการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ และการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทมีส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) สูงถึง 4.15%
ทั้งนี้ สินเชื่อเพิ่มขึ้น 28.7% จำนวน 2.907 แสนล้านบาท และเพิ่มขึ้น 5.4% หรือจำนวน 6.67 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2558 เงินรับฝากเพิ่มขึ้น 24.9% หรือจำนวน 2.087 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2557 และเพิ่มขึ้น 3.3% หรือจำนวน 3.37 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2558
ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 16.7% จากปี 2557 จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการให้กู้ยืม ค่าธรรมเนียมบริหารความมั่งคั่งและกองทุน ค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์ และค่าธรรมเนียมบริการบัตร
นายโนริอากิ โกโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAY กล่าวว่า หากไม่รวมผลจากการรับโอนสินเชื่อจากธนาคารแห่งโตเกียว-มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU) สาขากรุงเทพฯ เงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 4.7% ในขณะที่กำไรสุทธิอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 1.89 หมื่นล้านบาท สะท้อนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิผลและการควบรวมธุรกิจของ BTMU สาขากรุงเทพฯ ที่แล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2558
ทั้งนี้ คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะขยายตัวที่ 3.2% ธนาคารจึงตั้งเป้าขยายสินเชื่อในทุกกลุ่มธุรกิจและสูงกว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยจะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างรอบคอบระมัดระวัง และตั้งเป้าการขยายตัวของสินเชื่อรวมที่ 5-6%
ด้านธนาคารกรุงเทพ (BBL) แจ้งกำไรสุทธิปี 2558 ที่ 34,181 ล้านบาท ลดลง 5.9% จากปี 2557 โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 102,729 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.1% และมีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน 45,045 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5%
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงด้านต่างๆ แต่เงินให้สินเชื่อของธนาคารยังคงเติบโต 4.9% ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อเป็น 2.8% ซึ่งอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเติบโต 10.8% อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานที่ 43.8%
ทั้งนี้ ในปี 2558 เศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป การบริโภคภาคเอกชนเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2558 ธนาคารมีสินเชื่อ 1,868,903 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จากสิ้นปีก่อน โดยเติบโตจากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายกลาง สินเชื่อลูกค้าบุคคล และสินเชื่อกิจการธนาคารต่างประเทศ
สำหรับสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ โดย ณ สิ้นเดือน ธ.ค. 2558 ธนาคารมีสินเชื่อด้อยคุณภาพ 56,226 ล้านบาท ลดลงจาก ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2558 ที่ 58,112 ล้านบาท และมีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่ออยู่ที่ 2.8% ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับ ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2558 และอัตราส่วนสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อเงินให้สินเชื่อรวมที่ 5.6%
ด้านธนาคารทหารไทย (TMB) แจ้งกำไรปี 2558 ที่ 9,333 ล้านบาท ลดลง 2.2% จากปี 2557 จากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ โดยธนาคารมีกำไรดำเนินงานก่อนหักสำรองที่ 16,937 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.7% แต่มีการตั้งสำรองเพิ่มเป็น 5,479 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 4 ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 2.96% รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่ม 4% รายได้มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 2.3% ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 9.6% จากค่าใช้จ่ายการตลาดที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรดำเนินงานก่อนหักสำรองลดลง 4.9% จากไตรมาส 3 ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เพิ่มขึ้น 13.2% จากปี 2557 เป็น 20,473 ล้านบาท และไตรมาส 4 เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น 3.4% จากไตรมาส 3
ราคาหุ้น BAY ปิดที่ 29.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.71% สวนทางกับ BBL ที่ราคาหุ้นปิดที่ 145.50 บาท ลดลง 2 บาท หรือ 1.36% และ TMB ปิดที่ 2.42 บาท ลดลง 0.08 บาท หรือ 3.2%







