
Yen-D เสริมเครือข่าย ทายาทธุรกิจบุกนอก
ตลาดซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม ถูกกำหนดเป็นเป้าหมายสำคัญของการส่งออกไทยในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีแนวโน้มขยายตัวทุกปี โดยในปี 2559 กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งเป้าตลาดซีแอลเอ็มวีสูงถึง 13.6% เพื่อผลักดันยอดการส่งออกภาพรวมให้เติบโตตามเป้าหมายในระดับ 5%
ตลาดซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม ถูกกำหนดเป็นเป้าหมายสำคัญของการส่งออกไทยในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีแนวโน้มขยายตัวทุกปี โดยในปี 2559 กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งเป้าตลาดซีแอลเอ็มวีสูงถึง 13.6% เพื่อผลักดันยอดการส่งออกภาพรวมให้เติบโตตามเป้าหมายในระดับ 5%
โครงการ Yen-D ของกรมการค้าต่างประเทศ เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่ช่วยสนับสนุนให้ทายาทธุรกิจของไทยได้ไปเชื่อมโยงเครือข่ายกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อต่อยอดการค้า จัดหาวัตถุดิบ และลงทุนประเทศเพื่อนบ้าน
สุดสวาท จิรัปปภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอ็กโกร (ประเทศไทย) ผู้นำเข้าส่งออกและจัดจำหน่ายเคมีเกษตร (ยาต้นไม้) กล่าวว่า การร่วมโครงการนี้ทำให้มีเพื่อนนักธุรกิจทั้งชาวไทยและผู้ประกอบการในประเทศเพื่อนใหม่ ช่วยให้ได้ข้อมูลแหล่งวัตถุดิบ กฎระเบียบทางการค้าต่างๆ ถือว่าเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์และช่วยธุรกิจได้มาก
“บริษัทมองเป้าหมายการทำตลาดซีแอลเอ็มวีไว้ เพราะมีลักษณะคล้ายกับไทย คือ มีการปลูกพืชเกษตรจำนวนมาก ซึ่งบริษัทขายเคมีเกษตรครอบคลุมตั้งแต่การปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว ที่ผ่านมาได้ส่งออกสินค้าตามแนวชายแดน แต่ในอนาคตมีแผนหาตัวแทนจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะเริ่มจากกัมพูชาก่อน”
ด้าน กิตติพงศ์ งามไพบูลย์สมบัติ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.งามไพบูลย์การยาง ผู้ผลิตยางรถยนต์ กล่าวว่า ได้ประโยชน์จากการเข้าร่วมโครงการนี้มาก เพราะใช้เวลาเพียง 7 วัน สามารถรู้จักนักธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้านถึง 30 คน มีหลากหลายธุรกิจ
“ได้ร่วมอบรมกับกลุ่ม สปป.ลาว เพื่อนนักธุรกิจที่มาอบรมด้วย ได้ช่วยแนะนำโอกาสทางธุรกิจ จนขณะนี้สามารถที่จะขยายตลาดเข้าสู่ สปป.ลาว ได้แล้ว และกำลังมองโอกาสในตลาดเพื่อนบ้านอื่นๆ ซึ่งคงต้องอาศัยให้เพื่อนๆ ที่ทำธุรกิจในตลาดเพื่อนบ้านช่วยแนะนำ โดยใช้โอกาสเดินทางไปกับกรมการค้าต่างประเทศ ที่มีโครงการนำนักธุรกิจ YEN-D ไปพบปะกับนักธุรกิจ YEN-D ของเพื่อนบ้าน เพราะคนที่เพื่อนแนะนำมา ถือเป็นการสกรีนให้แล้วชั้นหนึ่ง การสานต่อธุรกิจก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้”
สุชาดา เจนพณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเจเพรส ผู้ผลิตชุดชั้นในชาย กล่าวว่า เดิมทำธุรกิจภายในประเทศ รับจ้างผลิตสินค้าให้แบรนด์ต่างประเทศ เช่น Levi’s DKNY และ ARMANI เป็นต้น ไม่เคยทำธุรกิจส่งออก แต่เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องออกไปทำตลาดต่างประเทศ จึงได้เข้าร่วมโครงการนี้ ทำให้มีโอกาสพบปะนักธุรกิจของเพื่อนบ้าน
ที่ผ่านมาสินค้าของบริษัทส่งขายเข้าสู่ตลาดเพื่อนบ้านได้แล้ว คือ เมียนมา สปป.ลาว แต่ยังไม่มีกัมพูชา ซึ่งการร่วมโครงการทำให้เริ่มมีเครือข่ายในธุรกิจ และขณะนี้เริ่มจะเจาะตลาดกัมพูชาแล้ว โดยมีเทรดดิ้งที่เสียมราฐทำตลาดออนไลน์ให้ ซึ่งมั่นใจว่าจะขยายตลาดได้แน่นอน แผนในอนาคตต้องการขยายตลาดเข้าสู่ตลาดอาเซียนทั้งหมด แต่ขอเริ่มที่ซีแอลเอ็มวีก่อน
เช่นเดียวกับ ญาดา โคระทัต ผู้จัดการการตลาด บริษัท อินซ์เทค โมโทรโลจิคอล เซ็นเตอร์ ซึ่งทำธุรกิจให้บริการตรวจสอบเครื่องมือในอุตสาหกรรม บริการเป็นที่ปรึกษาการเข้าสู่ระบบ ISO และจำหน่ายเครื่องมือที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม และห้องปฏิบัติการ ที่บอกว่า ปกติธุรกิจของบริษัทมีลูกค้าจาก สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนามอยู่แล้ว และเชื่อว่าจะสามารถขยายตลาดได้อีก หากมีตัวแทนในตลาดเป้าหมาย และตอนนี้กำลังเจรจาเพื่อหาตัวแทนใน สสป.ลาว ซึ่งได้ข้อมูลจากนักธุรกิจที่มาร่วมโครงการนี้เช่นกัน
นิษฐา แสงสุริยะฉัตร ผู้ช่วยผู้จัดการ บริษัท ฉัตรชัยแพทย์แผนโบราณ ผู้ผลิตยาสมุนไพรไทยยี่ห้อ “หมอเส็ง” กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทกำลังขยายออกสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเพื่อนบ้าน ซึ่งได้ไปตลาด สปป.ลาว แล้ว กำลังหาลู่ทางขยายเข้าสู่ตลาดกัมพูชา โดยจะเน้นสินค้าด้านความงามของผู้หญิงและการรักษาสุขภาพ ซึ่งมองว่ามีโอกาสขยายตัวได้สูง
“ขณะนี้กำลังหาผู้แทนจำหน่ายในกัมพูชา ซึ่งข้อมูลส่วนหนึ่งได้จากเพื่อนนักธุรกิจที่มาอบรมด้วยกัน และยังช่วยสกรีนคน สกรีนธุรกิจให้กับเราได้ในเบื้องต้น เพราะข้อมูลเหล่านี้ไม่สามารถหาจากอินเทอร์เน็ตได้”
ผลสำเร็จจากโครงการ Yen-D แม้ว่าผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เข้าไปอบรมบางรายจะไม่ได้ยอดทางการค้ากลับมา แต่การสานสัมพันธ์กับนักธุรกิจเพื่อนบ้าน อย่างน้อยก็เป็นการกรุยทางในการบุกตลาด
ซีแอลเอ็มวีในอนาคต







