
ท่อตัน-เบิกจ่ายช้า กระตุ้นเศรษฐกิจเหลว
มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2559 มีมติขยายระยะเวลาโครงการตามมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ ที่ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 วงเงิน 16,000 ล้านบาท ที่ไม่สามารถก่อหนี้และเบิกจ่ายงบประมาณได้ทันภายในไตรมาสแรก อนุมัติให้ก่อหนี้ได้จนถึงสิ้นเดือน ม.ค. 2559 และเบิกจ่ายงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ. 2559
มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2559 มีมติขยายระยะเวลาโครงการตามมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ ที่ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 วงเงิน 16,000 ล้านบาท ที่ไม่สามารถก่อหนี้และเบิกจ่ายงบประมาณได้ทันภายในไตรมาสแรก อนุมัติให้ก่อหนี้ได้จนถึงสิ้นเดือน ม.ค. 2559 และเบิกจ่ายงบประมาณให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.พ. 2559
สำหรับโครงการ/รายการที่ไม่สามารถดำเนินการก่อหนี้และเบิกจ่ายงบประมาณได้ ให้ยกเลิกโครงการและส่งคืนงบประมาณเพื่อนำไปใช้ในโครงการสำคัญเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาลต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ
ขยายระยะเวลาของโครงการตามมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ ที่ใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 24,000 ล้านบาท ที่ไม่สามารถก่อหนี้และเบิกจ่ายงบประมาณได้ทันภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2558 อนุมัติให้ยกเลิกโครงการ
ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ ให้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2558 แจ้งตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0505/ว 108 ลงวันที่ 15 พ.ค. 2558 ต่อไป ตามความเห็นของสำนักงบประมาณ
มติ ครม.ทั้งสองเรื่องของรัฐบาล สะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานราชการได้ว่า แม้รัฐบาลจะเร่งออกมาตรการกระตุ้นแค่ไหน แต่ถ้าวิธีการ หรือกระบวนการมีปัญหา ติดขัด และไม่มีการติดตามงานอย่างเป็นระบบ รับประกันได้ว่า ท่อตัน งานไม่เดิน แผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะเปิดท่อให้เม็ดเงินลงไปในระบบก็ดับสนิท
อย่าลืมว่า มาตรการทั้งสองเรื่องนั้น ในการประมชุม ครม.เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2558 กระทรวงการคลังประกาศชัดไว้ในแผนงานก่อนที่จะเสนอ ครม.ว่า เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานและส่งเสริมให้
มีการลงทุนทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด จึงขอจัดสรรเงินลงไปในโครงการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ วงเงินประมาณ 40,000 ล้านบาท
กำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น ยกเว้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกองทุนและเงินทุนหมุนเวียน ที่มีแผนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ จัดทำแผนการดำเนินการรายการที่มีลักษณะเป็นรายจ่ายลงทุนที่มีความสำคัญ และจำเป็นต่อการเพิ่มประสิทธิภาพรายการละไม่เกิน 1 ล้านบาท และต้องดำเนินการเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2558
เพราะการดำเนินมาตรการดังกล่าวข้างต้นจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และกระจายการลงทุนไปในพื้นที่ต่างๆ ในต่างจังหวัด ตลอดจนผลักดันให้เกิดการพัฒนาในท้องถิ่นและภูมิภาคอย่างทั่วถึง
แต่แทบไม่น่าเชื่อว่า มาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาล หรือโครงการละไม่เกิน 1 ล้านบาท วงเงิน 40,918 ล้านบาท ที่กระจายตามจังหวัดต่างๆ มีการทำสัญญาไปแล้วเบิกจ่ายได้ 23,987 ล้านบาท แค่ 58.6% ยังเหลืออีกเพียบ จึงต้องขยายเวลาออกไป
เมื่องบประมาณของราชการที่กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ และอยู่ในมือของหน่วยงานราชการ การกระตุ้นเศรษฐกิจของโครงการขนาดเล็กโดยหวังว่าเงินจะลงไปในมือประชาชนบรรเทาเยียวยาเศรษฐกิจจึงเป็นหมัน
ถ้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลต่อไปยังท่อตัน ไม่ทันเวลาแบบนี้ รับรองเศรษฐกิจไทยอันตรายแน่







