
เคาะแผนปลูกข้าว 25 ล้านตัน
ปัญหาราคาข้าวตกต่ำในปัจจุบัน นอกจากสถานการณ์ราคาข้าวตลาดโลกปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกแล้ว อีกส่วนเป็นผลมาจากปริมาณการผลิตข้าวของไทยที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการบริโภคและส่งออก ส่งผลให้ปริมาณข้าวในสต๊อกมีมากขึ้นทุกปีจนกระทบต่อราคา
ปัญหาราคาข้าวตกต่ำในปัจจุบัน นอกจากสถานการณ์ราคาข้าวตลาดโลกปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกแล้ว อีกส่วนเป็นผลมาจากปริมาณการผลิตข้าวของไทยที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการบริโภคและส่งออก ส่งผลให้ปริมาณข้าวในสต๊อกมีมากขึ้นทุกปีจนกระทบต่อราคา
ทั้งนี้ หากแยกการผลิตข้าวระหว่างนาปีและนาปรัง พบว่าจะมีผลผลิตข้าวนาปีอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านตันข้าวเปลือก ส่วนนาปรังเป็นการเพาะปลูกในพื้นที่ภาคกลางในเขตชลประทานเป็นส่วนใหญ่ มีปริมาณผลผลิตอยู่ที่ประมาณ 7-8 ล้านตันข้าวเปลือก เท่ากับว่าผลผลิตข้าวของไทยเมื่อรวมทั้งนาปรังและนาปีจะอยู่ที่ 27-28 ล้านตัน ในขณะที่ความต้องการบริโภคในประเทศมีอยู่ประมาณ 10 ล้านตัน และส่งออกอีกประมาณ 10 ล้านตัน ส่งผลให้มีสต๊อกข้าวเหลืออยู่ประมาณ 7-8 ล้านตัน/ปี
“การแก้ไขปัญหาราคาข้าวให้กับชาวนาคงต้องมีการจัดพื้นที่เพาะปลูกข้าวให้เหมาะสมกับความต้องการ ซึ่งคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ได้จัดตั้งคณะทำงานวางแผนการผลิตข้าวครบวงจรขึ้นมาเพื่อทำเรื่องนี้ ซึ่งคณะทำงานที่ประกอบด้วยจากตัวแทนหลายฝ่าย ทั้งชาวนา หยง โรงสี และผู้ส่งออกข้าว ได้ข้อสรุปแผนการตลาดข้าวในปี 2559/2560 ร่วมกันแล้วว่าปริมาณเพาะปลูกในปี 2559/2560 ที่เหมาะสมกับความต้องการใช้ทั้งบริโภค ใช้ในอุตสาหกรรม และส่งออกอยู่ที่ 25.01 ล้านตันข้าวเปลือก” ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะทำงานวางแผนการผลิตข้าวครบวงจร ระบุ
สำหรับแผนการเพาะปลูกข้าว 25.01 ล้านตัน จะใช้ในปี 2559/2560 ทั้งนาปีและนาปรัง โดยหลังจากนี้จะนำข้อมูลดังกล่าวส่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับไปทำรายละเอียดว่าปริมาณข้าวที่กำหนดดังกล่าว จะจัดพื้นที่เพาะปลูกอย่างไร และเป็นปริมาณข้าวแต่ละชนิดเท่าไหร่ เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ฯลฯ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
ขณะที่ เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย มองว่า การลดพื้นที่เพาะปลูกข้าวในปี 2559/2560 ควรลดพื้นที่ในการปลูกข้าวนาปรัง เพราะได้รับผลกระทบจากภัยแล้งทำให้ไม่มีน้ำในเขตชลประทาน หากลดการเพาะปลูกนาปรังเหลือ 5 ล้านตันข้าวเปลือก รวมกับผลผลิตนาปี 20 ล้านตันข้าวเปลือก ก็จะสอดคล้องกับปริมาณความต้องการใช้ทั้งในและส่งออก และทำให้ราคาข้าวไม่ตกต่ำมากจนเกินไป รวมทั้งจะช่วยให้รัฐบาลระบายข้าวในสต๊อกออกมาได้คล่องตัวขึ้น
เชื่อว่าปีนี้รัฐจะระบายข้าวในสต๊อกได้ออกมา 5 ล้านตัน
ด้าน ระวี รุ่งเรือง นายกสมาคมเครือข่ายชาวนาไทย ระบุว่า หากรัฐบาลต้องการให้ชาวนาลดการเพาะปลูกลง จะต้องส่งเสริมให้มีการปลูกพืชทดแทนที่ได้ราคาดี โดยเฉพาะพืชที่ใช้น้ำน้อย ซึ่งปัจจุบันราคาข้าวลงมาอยู่ที่ 7,500-8,000 บาท/ตัน หากเป็นชาวนาที่มีนาปลูกข้าวเป็นของตนยังอยู่ได้ แต่หากต้องเช่าพื้นที่ทำนาจะไม่คุ้มกับต้นทุน ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะส่งเสริมให้ชาวนาปลูกพืชทดแทนได้มากน้อยแค่ไหน
การจัดพื้นที่เพาะปลูกการผลิตที่จะเริ่มในปี 2559/2560 นี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการดึงทุกหน่วยงานเข้ามามีส่วนร่วมในการระดมสมองและวางแผนเกี่ยวกับกรอบการผลิต แต่จะสำเร็จได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกฝ่าย







