
กล่อมเอกชนปั้นส่งออกโต5%
พาณิชย์วอนเอกชนรื้อแผน หวังผลักดันส่งออกปีนี้โต 5% เอกชนมองเต็มที่ได้แค่ 3%
พาณิชย์วอนเอกชนรื้อแผน หวังผลักดันส่งออกปีนี้โต 5% เอกชนมองเต็มที่ได้แค่ 3%
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้หารือถึงสถานการณ์การส่งออกในปี 2559 กับเอกชนรายใหญ่ ซึ่งเอกชนแจ้งว่าจะพยายามผลักดันให้การส่งออกปีนี้ขยายตัวมากที่สุด แต่เบื้องต้นคาดว่าน่าจะผลักดันได้เติบโตสูงสุดประมาณ 3% จากเดิมที่เอกชนคาดว่าจะเติบโตได้เพียง 2.2% เท่านั้น ดังนั้นจึงได้ขอให้เอกชนกลับไปหารือกันเพื่อผลักดันให้การส่งออกเติบโตได้ 5% ตามที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายไว้
ทั้งนี้ ภาครัฐพร้อมสนับสนุนมาตรการต่างๆ ที่จะช่วยเหลือให้เอกชนสามารถผลักดันการส่งออกให้ได้มากที่สุด ซึ่งเอกชนตอบรับจะจัดทำแผนและเสนอมาตรการผลักดันการส่งออกมาเสนอให้กระทรวงพาณิชย์รับทราบ จากนั้นจะเสนอแผนงานและมาตรการผลักดันการส่งออกให้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พิจารณาต่อไป
"เอกชนแจ้งว่าหากต้องการทำให้การส่งออกเติบโตจาก 2.2% เป็น 3% รัฐบาลจะต้องเร่งขายข้าวในสต๊อกเพิ่มขึ้น รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรที่จะส่งออก เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน หากสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ก็จะช่วยผลักดันยอดการส่งออกในภาพรวมให้เพิ่มขึ้นได้ แต่ก็ยังไม่พอที่จะทำให้การส่งออกโตได้ 5%" นายสุวิทย์ กล่าว
นายสุวิทย์ กล่าวว่า เอกชนยังเสนอที่จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อเจาะตลาดส่งออกแต่ละประเทศ โดยเน้นกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) เป็นหลัก เพราะตลาดเป้าหมายที่สามารถเร่งรัดการเติบโตได้
"เอกชนยังได้เสนอให้รัฐบาลส่งเสริมธุรกิจเกี่ยวกับการกระจายสินค้า (เทรดดิ้งคอมปานี) เพื่อนำสินค้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ไปกระจายในตลาดซีแอลเอ็มวี เนื่องจากเอสเอ็มอีจำนวนมากยังไม่มีศักยภาพเพียงพอ" นายสุวิทย์ กล่าว
นายสุวิทย์ ระบุว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้หารือกับตัวแทนจากรัฐบาลอิหร่าน ซึ่งอิหร่านต้องการให้ไทยเข้าไปลงทุนในอิหร่านมากขึ้น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น โรงแรม รวมถึงการบริหารจัดการต่างๆ เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยว หลังจากที่นานาชาติยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรกับอิหร่าน เนื่องจากอิหร่านมีเมืองโบราณและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญจำนวนมาก
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า สศช.ประเมินว่าในปี 2559 การส่งออกจะขยายตัวได้ในระดับ 3% ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจโลกเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยมีสหรัฐเป็นหัวขบวนในการขับเคลื่อนการขยายตัวเศรษฐกิจ แม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตลดลง แต่เชื่อว่าจีนจะดูแลเศรษฐกิจของตัวเองได้
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ราคาน้ำมันลดต่ำลงต่อเนื่องจนมาอยู่ที่ระดับ 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยได้ เนื่องจากจะทำให้กำลังซื้อของผู้ซื้อที่เป็นส่งออกน้ำมันลดลงและราคาสินค้าเกษตรลดลงตามไปด้วย







