posttoday
พันธกิจแบงก์ชาติจัดการ‘เนชั่นแนลอีเพย์เมนต์’

พันธกิจแบงก์ชาติจัดการ‘เนชั่นแนลอีเพย์เมนต์’

18 มกราคม 2559

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

โครงการแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (เนชั่นแนลอีเพย์เมนต์) ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศเป็นนโยบายสำคัญที่จะต้องผลักดันให้ประสบความสำเร็จ เป็นเรื่องใหญ่ที่จะพลิกโฉมหน้าการใช้จ่าย การชำระราคาของประเทศอย่างสิ้นเชิง

ทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผู้มีบทบาทร่วมพัฒนาระบบการชำระเงิน และการให้บริการการเงินของสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่องได้กล่าวถึงงานที่เข้าไปร่วมผลักดันให้เกิดเนชั่นแนลอีเพย์เมนต์ในประเทศไทยให้ได้ กล่าวว่า นโยบายของรัฐถือเป็นเรื่องที่ดีมากและสอดคล้องกับแผนพัฒนาระบบการชำระเงินของ ธปท.ที่อยากให้เกิดขึ้นในอนาคต คือประชาชนเข้าถึงบริการได้ดีขึ้น ด้วยความสะดวก ปลอดภัย และมีราคาค่าบริการที่ถูก

ทั้งนี้ ในโครงการนี้ ธปท.เข้าไปทำใน 2 ส่วน คือ การเข้าไปเป็นทีมเลขานุการของคณะทำงาน ซึ่งแผนได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้วเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2558 ที่ผ่านมา และการเข้าไปผลักดันงานเนชั่นแนลอีเพย์เมนต์ก็ทำใน 2 ส่วน

1.การจัดทำระบบชำระเงินแบบ Any ID หรือการโอนเงินโดยใช้หมายเลข หรือรหัส (ID) เช่น บัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือการลงทะเบียนผ่านแบงก์ ซึ่งจะช่วยให้การจ่ายเงินอุดหนุนของภาครัฐ อาทิ การออกบัตรเพื่อรับสวัสดิการ ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย ฯลฯ ทำได้ง่าย สะดวก โปร่งใส ตรวจสอบได้เป็นการป้องกันการทุจริตได้ด้วย

ขณะเดียวกัน ก็ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางการเงินได้สะดวกมากยิ่งขึ้น สนับสนุนการชำระบิล การชำระเงินที่ร้านค้า อี-คอมเมิร์ซ อี-บิซิเนส ดิจิทัลอีโคโนมี รวมไปถึงพื้นฐานของบริการการเงินอื่นๆ เช่น โครงการตั๋วร่วมของกระทรวงคมนาคมที่อยากให้มีการจ่ายค่าเดินทางระบบขนส่งคมนาคม รถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน แอร์พอร์ตลิงค์ด้วยบัตรใบเดียวได้ เป็นต้น

ขณะนี้งานด้านนี้อยู่ระหว่างการจัดหาผู้ดำเนินการติดตั้งเครื่องรับบัตร ทั้งเอ็มพอร์ต อีดีซี ให้ครบตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ 2 ล้านจุดทั่วประเทศ ซึ่งงานในส่วนนี้เชื่อมโยมกับแผนงานของ ธปท.ที่ได้เตรียมแผนพัฒนาระบบชำระเงินระยะที่ 3 (2559-2563) ที่ทำไว้รองรับการเชื่อมโยงการค้าและบริการชำระเงินในอาเซียนและ CLMV รวมถึงส่งเสริมการใช้ระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของประชาชน ภาคธุรกิจและภาครัฐ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับภาคธุรกิจและประเทศในอนาคตด้วย

ทั้งนี้ ในการจัดทำโครงสร้างที่จะรองรับ Any ID นั้น ความคืบหน้าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการหาผู้จัดทำ และวางเครื่องรับบัตรแทนการรับเงินสดให้ได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ ซึ่งในการวางจุดรับบัตรจะแยกออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.สถานที่ราชการประมาณ 1 แสนจุด

2.นิติบุคคลที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งนิติบุคคลบางรายอาจจะจดทะเบียนแต่ไม่ได้รับเงินสด เช่น โรงงาน อาจจะไม่ต้องวางเครื่องรับบัตร ฉะนั้นในการทำงานยังต้องไปแยกในรายละเอียดออกมาก่อนว่าควรวางเครื่องรับหรือไม่ และควรเป็นเครื่องรับบัตรแบบไหน

3.กลุ่มบุคคลธรรมดาที่ไปจดทะเบียนการค้ากับกระทวงพาณิชย์ และ 4.กลุ่มที่ไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่กรมสรรพากร เป็นต้น

ทองอุไร กล่าวว่า เมื่อเขย่าทั้ง 4 กลุ่มเข้าด้วยกันแล้ว รัฐบาลคาดว่าน่าจะมีจุดวางเครื่องรับบัตรทั้งสิ้นประมาณ 2 ล้านจุด ซึ่งต่อไปกลุ่มนี้จะปฏิเสธไม่รับบัตรไม่ได้ เพราะรัฐบาลน่าจะมีการออกกฎหมายควบคุมให้กลุ่มเหล่านี้ต้องรับบัตร ซึ่งเป็นบัตรเดบิตที่รัฐบาลส่งเสริมแทนเงินสดด้วย

ส่วนการดำเนินการด้านนี้นั้นในเบื้องต้นการจัดทำอาจจะให้แบงก์หรือนันแบงก์ร่วมกันจัดตั้งบริษัทมารับทำงานนี้ แต่คาดว่า ITMX อาจเป็นผู้ได้ดำเนินการ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้สรุปว่าจะให้ใครทำ

“การขยายการใช้บัตร โดยการพัฒนาบริการและโครงสร้างพื้นฐานการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร ด้วยการส่งเสริมระบบชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เงินสดในภาคประชาชน ภาคธุรกิจและภาครัฐ ให้เกิดการกระจายจุดรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งส่วนนี้ ธปท.ต้องไปหาแนวทางส่งเสริมต่อไป” รองผู้ว่าการ ธปท.กล่าว

ทองอุไร สรุปโครงการนี้ว่า การให้บริการทางการเงินในอนาคตจะเปลี่ยนไปการเป็นฟินเทคจะเข้ามาเกี่ยวหมดเหมือนอาลีบาบา เพราะขณะนี้เทคโนโลยีมีการพัฒนาไปไกลแล้ว เพราะคนที่คิดโปรแกรมในฟินเทคใหม่ๆ จะคิดถึงการปิดช่องว่างการให้บริการในรูปแบบปัจจุบัน ทำให้อะไรที่ยังทำไม่ได้ ให้บริการไม่ได้ จะสามารถให้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้

การเปลี่ยนโฉมหน้าระบบการชำระเงินของไทย อีกไม่นานได้เห็นกันแน่

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน