
ท็อปแวลูลุยอี-คอมเมิร์ซ ผุดห้างออนไลน์สัญชาติไทย
จากมูลค่าตลาดอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทยปี 2558 ที่เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 3.65% คิดเป็น 2.1 ล้านล้านบาท และกระแสช็อปปิ้งออนไลน์ก็ยังคงบูมขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีผู้เล่นทั้งในและต่างประเทศเข้ามาทำตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง
จากมูลค่าตลาดอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทยปี 2558 ที่เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 3.65% คิดเป็น 2.1 ล้านล้านบาท และกระแสช็อปปิ้งออนไลน์ก็ยังคงบูมขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีผู้เล่นทั้งในและต่างประเทศเข้ามาทำตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง
จากแนวโน้มดังกล่าว ทำให้ ธนากร แซ่ลิ้ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท็อปแวลู คอร์ปอเรท มองเห็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้าออนไลน์ ภายใต้ชื่อ ท็อปแวลูดอทคอม (topvalue.com) โดยเปิดให้บริการมาแล้ว 1 ปี ปัจจุบันมีสินค้าในระบบกว่า 3 หมื่นรายการ จำนวนร้านค้า 1,500 ร้าน มีคนเข้าชมเว็บไซต์วันละ 1.5-2 หมื่นครั้ง/วัน และมียอดการใช้จ่ายประมาณ 3%
“เราจะสู้เต็มที่เพื่อประกาศความเป็นมาร์เก็ตเพลสสัญชาติไทย และแย่งส่วนแบ่งตลาดจากธุรกิจช็อปปิ้งออนไลน์ต่างชาติ แม้ว่าท็อปแวลูยังถือว่าเป็นกลุ่มสตาร์ทอัพที่ไม่ได้มีเงินทุนสูงเท่ากับรายอื่น แต่จะพยายามแข่งขันด้วยความสามารถของสินค้าและบริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด” ธนากร กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัญหาสำคัญของตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่ยังคงไม่สามารถแย่งส่วนแบ่งการซื้อขายผ่านหน้าร้านได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นเพราะความเชื่อมั่นด้านความสดใหม่ของสินค้า ปัญหาการหลอกลวงและความกังวลเรื่องของการหักบัญชีผ่านบัตรเครดิต
จากจุดนี้เองทำให้ท็อปแวลูต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ที่ไม่เคยซื้อสินค้าออนไลน์ ด้วยการเปิดป๊อปอัพสโตร์ย่านสยามสแควร์ให้ลูกค้าได้เข้ามาจับต้องสินค้าจริงก่อน และยังอยู่ในช่วงหาสถานที่ที่เป็นจุดเชื่อมต่อเพื่อให้ลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้เพิ่มเติม โดยลูกค้าจะซื้อสินค้าได้ทันทีที่ป๊อปอัพสโตร์ หรือเลือกซื้อในเว็บไซต์เพื่อรับส่วนลดก็ได้
นอกจากนี้ ยังได้จัดโปรโมชั่นซื้อครบ 499 บาท จัดส่งฟรี ถือว่าเป็นการทำให้ทั้งสองตลาดคือออนไลน์และออฟไลน์เชื่อมโยงกัน และสร้างความคุ้นเคยให้แก่ผู้ใช้งานหน้าใหม่มากขึ้น
ธนากร ยังกล่าวอีกว่า การวางแผนให้ครอบคลุมแบบนี้ต้องประสบปัญหาแบกรับต้นทุนที่ค่อนข้างสูง แต่ต้องการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักก่อน และเชื่อมั่นว่าใน 3-5 ปีข้างหน้า จะมีรายได้เข้ามาอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังอยู่ในช่วงพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้สะดวกขึ้น และจะมีฟีเจอร์เช็ก ราคาสินค้าผ่านการสแกนบาร์โค้ดได้ด้วย เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาเปรียบเทียบราคาสินค้าเอง
ขณะเดียวกันยังได้เจรจากับทางผู้ผลิตสินค้าโดยตรงในการนำสินค้าเข้ามาขาย ทำให้ได้ราคาไม่แพงเท่าการขายผ่านหน้าร้านทั่วไป และมีเอกสารรับประกันความสดใหม่ของสินค้าด้วย ทั้งยังมีแผนทำตลาดออนไลน์ร่วมกับโซเชียลมีเดียชื่อดังเพิ่มเติม เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งได้ลงทุนไปแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และตั้งเป้าให้มีลูกค้าเข้ามาใช้งานสิ้นปีนี้ที่ 2 ล้านราย
“แอพพลิเคชั่นของเราแม้จะมาช้า แต่เชื่อว่าจะเสร็จภายในปีนี้ เพราะต้องการให้มีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้ามากที่สุด” ธนากร กล่าว
เพื่อมุ่งสู่ความเป็นห้างสรรพสินค้าออนไลน์ ท็อปแวลูจึงต้องมีร้านค้าในระบบให้มากที่สุด และตั้งเป้านำสินค้าโอท็อปไปขายในตลาดโลกด้วย







