
ตามติดความเคลื่อนไหว
เมียนมาคาดเอฟดีไอปีนี้แตะ 6 พันล้านเหรียญ
เมียนมาคาดเอฟดีไอปีนี้แตะ 6 พันล้านเหรียญ
เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่นของเมียนมา รายงานว่า นายออง เนียง อู เลขาธิการคณะกรรมการการลงทุนเมียนมา ประเมินว่า จะมีการลงทุนจากชาติตะวันตกหลั่งไหลเข้าเมียนมาในช่วงปีงบประมาณ 2559-2560 มากขึ้น หลังจากชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) เข้ามาทำธุรกิจในประเทศด้วยความเชื่อมั่นมากขึ้น และมีแนวโน้มที่นักลงทุนอเมริกาจะเข้ามาลงทุนในเมียนมาเพิ่ม ขณะที่การลงทุนจากญี่ปุ่นยังคงแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) จะสูงถึง 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปีงบประมาณนี้ โดยนับถึงเดือน ธ.ค. 2558 มีนักลงทุนต่างชาติจาก 16 ประเทศ เข้ามาลงทุนในเมียนมารวม 4,100 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิต เหมืองแร่ พลังงาน น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การขนส่งและการสื่อสาร และโรงแรมและท่องเที่ยว
สำหรับปีงบประมาณ 2556-2557 ประเมินว่า มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และมูลค่าการลงทุนที่อนุมัติจริง 4,100 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ในปีงบประมาณ 2557-2558 อยู่ที่ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และ 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามลำดับ
อินโดฯ ให้ต่างชาติถือกรรมสิทธิ์บ้าน 80 ปี
รัฐบาลอินโดนีเซียอนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถซื้อและครอบครองกรรมสิทธิ์บ้านพร้อมที่ดินได้ 30 ปี และสามารถต่ออายุได้อีก 50 ปี โดยชาวต่างชาติที่มีสิทธิดังกล่าวจะต้องอาศัย ทำงาน หรือลงทุนในอินโดนีเซีย และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ
ขณะที่กฎเดิมอนุญาตให้ชาวต่างชาติซื้อและครอบครองกรรมสิทธิ์บ้านได้ 25 ปี และต่ออายุได้อีก 25 ปี นอกจากนี้ที่ผ่านมายังได้ผ่อนปรนกฎข้อบังคับเกี่ยวกับอพาร์ตเมนต์ โดยอนุญาตให้ชาวต่างชาติซื้ออพาร์ตเมนต์มูลค่ามากกว่า 1 หมื่นรูเปียห์ได้
สวนยางกัมพูชาวอนรัฐเว้นภาษีส่งออก
นายเมน โซเปรียก รองประธาน บริษัท ชอพ รับเบอร์ แพลนเทชั่น ผู้ผลิตยางพารารายใหญ่แห่งหนึ่งของกัมพูชา กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลกัมพูชายกเว้นภาษีส่งออกยางพารา เพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตในประเทศที่ปัจจุบันมีความเสี่ยงที่จะต้องเลิกทำธุรกิจ เนื่องจากราคายางตกต่ำ ส่งผลให้รายได้ของผู้ผลิตลดลงตามไปด้วย แม้ว่าจะสามารถขายยางพาราได้ในปริมาณมากขึ้น
ที่ผ่านมากัมพูชาส่งออกยางพาราดิบไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์ เกาหลี ไต้หวัน และเวียดนาม เพื่อแปรรูปและขายต่อให้กับบริษัทที่ใช้ยางพาราเพื่อผลิตสินค้า
ปัจจุบันกัมพูชามีพื้นที่ปลูกยางพารามากกว่า 3 แสนเฮกตาร์ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 4 แสนเฮกตาร์ ในปี 2563







