
เอกชนชี้บึ้มกลางกรุงความเชื่อมั่นวูบ
สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว-สภาหอการค้าประสานเสียง เหตุระเบิดหน้าบิ๊กซีราชดำริ กระทบความเชื่อมั่น-ภาพลักษณ์ประเทศ แต่ยังเชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว-สภาหอการค้าประสานเสียง เหตุระเบิดหน้าบิ๊กซีราชดำริ กระทบความเชื่อมั่น-ภาพลักษณ์ประเทศ แต่ยังเชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
นายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว กล่าวว่า เหตุลอบวางระเบิดหน้าห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี ราชดำริ เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ถูกเผยแพร่เป็นข่าวออกไปยังต่างประเทศ ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างแน่นอน
อย่างไรด็ตามการที่รัฐบาลคงประกาศพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเอาไว้นั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพการท่องเที่ยว เนื่องจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย มีความเข้าใจต่อสถานการณ์ในประเทศไทย
"ภาพรวมการท่องเที่ยวในขณะนี้ถือว่าปรับตัวดีขึ้น แต่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ฉะนั้นสิ่งที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวเป็นห่วงก็คือปัญหาทางการเมือง"นายเอนกกล่าว
ด้านนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เหตุวางระเบิด หน้าห้างสรรพสินค้า บิ๊กซี ราชดำริ กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างแน่นอน และทำให้ปัจจัยทางการเมือง มีความเสี่ยงสูงขึ้นต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ ภาคเอกชน ยังคงมั่นใจว่า รัฐบาลจะสามารถควบคุมและรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้
อย่างไรก็ตามเชื่อว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ในปีนี้จะเติบโตได้ ในระดับ 6.5-7.5% ตามเป้าหมาย ของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)
ขณะที่ นายพงศ์โพยม วาศภูติ หนึ่งในคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า เหตุระเบิดไม่เกี่ยวกับการที่ คณะกรรมการปฏิรูปฯ เสนอให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เนื่องจาก สิ่งที่คณะกรรมการสรุปออกมานั้น เป็นเพียงข้อเสนอที่คณะกรรมการเชื่อว่าหากทำแล้วจะสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับการปรองดอง
ทั้งนี้ทราบว่า กทม. จะเป็นสถานที่สุดท้ายที่จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ดังนั้น เหตุระเบิดที่เกิดขึ้น จึงไม่น่าจะเกี่ยวข้อง หรือ เป็นการสร้างสถานการณ์ เพื่อคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ต่อ







