posttoday
มุมมอง การลงทุนปีวอก

มุมมอง การลงทุนปีวอก

14 มกราคม 2559

จากบทความก่อนหน้าที่ได้สรุปสถานการณ์การลงทุนในปี 2558 ไปแล้ว มาฉบับนี้จะพูดถึงมุมมองการลงทุนในแต่ละภูมิภาค เพื่อเป็นแนวทางการจัดพอร์ตลงทุนในปีวอกนี้ ซึ่งอาจจะไม่ง่ายสมกับปีลิงกินกล้วยเท่าไรนัก เนื่องจากยังคงมีความเสี่ยงปกคลุมตลาดการเงินโลกอยู่ค่อนข้างสูง

จากบทความก่อนหน้าที่ได้สรุปสถานการณ์การลงทุนในปี 2558 ไปแล้ว มาฉบับนี้จะพูดถึงมุมมองการลงทุนในแต่ละภูมิภาค เพื่อเป็นแนวทางการจัดพอร์ตลงทุนในปีวอกนี้ ซึ่งอาจจะไม่ง่ายสมกับปีลิงกินกล้วยเท่าไรนัก เนื่องจากยังคงมีความเสี่ยงปกคลุมตลาดการเงินโลกอยู่ค่อนข้างสูง

เริ่มที่ฝั่งกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐ โดยประเด็นเด่นคงหนีไม่พ้นจังหวะการทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในปี 2559 ที่ตลาดยังต้องจับตา หากขึ้นเร็วหรือช้ากว่าที่ตลาดคาดอาจกดดันตลาดหุ้นในระยะสั้น อีกทั้งราคาหุ้นซื้อขายอยู่ในระดับที่ใกล้เต็มมูลค่า การทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนลดลงหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย หุ้นสหรัฐจึงน่าสนใจน้อย

ส่วนฝั่งยุโรป ธนาคารกลางยุโรปมีมติไม่ขยายวงเงินมาตรการ QE ตามที่คาด เพิ่มเพียงระยะเวลา โดยมองว่าเม็ดเงิน 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน เพียงพอต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ ทั้งนี้การบริโภคภายในประเทศที่เติบโตแข็งแกร่งจะเป็นตัวสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่กลุ่มประเทศรอบนอกยูโรโซนเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้นชัดเจน เช่น สเปน นอกจากนี้ค่าเงินที่มีแนวโน้มอ่อนค่าจากนโยบายทางการเงินจะหนุนผลประกอบการบริษัทผู้ส่งออก ส่งผลดีต่อผลกำไรบริษัทจดทะเบียน หุ้นยุโรปจึงยังน่าเข้าลงทุนในปี 2559

ขณะที่ฝั่งเอเชียอย่างญี่ปุ่น แม้ว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอาเบะยังไม่เป็นรูปธรรมชัดเจน แต่ภาครัฐก็ทยอยออกมาตรการสนับสนุนการเติบโตของกำไรผู้ประกอบการ เช่น ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล การปรับขึ้นค่าแรงของพนักงานเป็นอัตราสูงที่สุดในรอบหลายปี ก็ส่งผลบวกต่อกำลังซื้อในประเทศ นักลงทุนสามารถเข้าลงทุนได้หากรับความผันผวนระยะสั้น

ส่วนพี่ใหญ่ของเอเชียอย่างจีน ผลกระทบจากมาตรการต่างๆ ของทางการสร้างความผันผวนต่อเนื่องในปีนี้ แค่เริ่มวันแรกของปีการปรับลดค่ากลางเงินหยวนอีกครั้งสร้างความตกใจแก่นักลงทุนทั่วโลก ทำตลาดหุ้นปั่นป่วนถ้วนหน้า รวมถึงการปรับลดดอกเบี้ยถึง 6 ครั้งในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เชื่อว่ามาตรการต่างๆ จะช่วยหนุนการเติบโตที่มีเสถียรภาพในระยะยาว นอกจากนี้ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาถือว่าน่าสนใจ โดยเฉพาะ H Share ซื้อขายในราคาต่ำกว่า A Share นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ค่อนข้างสูงอาจพิจารณาเข้าลงทุนได้ในระยะยาว

ด้านอินเดีย นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลยังเป็นปัจจัยหลักหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ โดยเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลง ทำให้ธนาคารกลางอินเดียมีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยได้อีก รวมทั้งได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่อยู่ระดับต่ำ ช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการ หนุนการบริโภคภายในประเทศ ผลกำไรบริษัทจดทะเบียนจึงมีแนวโน้มเติบโตได้สูง การกระจายลงทุนในหุ้นอินเดียจึงน่าสนใจ

มาที่ฝั่งไทยบ้านเรา นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่เน้นการช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ประกอบกับโครงการช่วยเหลือ SME ที่มุ่งหวังให้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แรงหนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและภาคการท่องเที่ยวที่ยังโตได้ดี น่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

แต่ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มทยอยปรับลง อาทิ กลุ่มสื่อสาร เพื่อสะท้อนผลราคาประมูลคลื่นความถี่ที่สูงขึ้นมาก และการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ ส่วนกลุ่มพลังงาน สะท้อนราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำ กลุ่มธนาคาร ตลาดปรับประมาณการกำไรสะท้อนปัญหาหนี้เสียไปมากแล้ว ซึ่งหากชัดเจนว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวตามคาด คุณภาพลูกหนี้จะเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น การปรับลดกำไรกลุ่มธนาคารน่าจะสิ้นสุด ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมามาก Valuation ไม่แพงสำหรับการลงทุนระยะกลางถึงยาว บลจ.กสิกรไทย มองเป้าดัชนีหุ้นไทยปี 2559 ที่ 1,400-1,450 จุด คิดเป็น Forward P/E ที่ 15.5-16 เท่า

ตราสารหนี้ การทยอยขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐน่าจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายในประเทศทรงตัวต่อเนื่องในปี 2559 ด้านอัตราดอกเบี้ยระยะยาวของพันธบัตรรัฐบาลไทยน่าจะมีการปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุปทานพันธบัตรระยะยาวปีงบประมาณ 2559 คงที่ แต่อุปสงค์โดยเฉพาะจากต่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามการโยกย้ายเม็ดเงินลงทุน จึงทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้มีแนวโน้มปรับตัวลง

ด้าน สินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมาอยู่ในระดับต่ำ (ปี 2558 ลงเกือบ 40%) เป็นประโยชน์ต่อผู้นำเข้าน้ำมัน แต่สร้างแรงกดดันต่อประเทศผู้ส่งออกโดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง ซึ่งภาวะอุปทานล้นตลาดอุปสงค์ชะลอตัวกดดันราคาน้ำมัน บลจ.กสิกรไทย มองกรอบราคาในปี 2559 ที่ระดับ 35-45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และมีโอกาสปรับตัวลงต่ำกว่ากรอบได้ในระยะสั้น นักลงทุนอาจเลี่ยงการลงทุน แต่ถ้ารับความเสี่ยงได้อาจเก็งกำไรระยะสั้นได้

ตลาดทองคำปีที่ผ่านมาลดลงประมาณ 10% โดย บลจ.กสิกรไทย มองกรอบการลงทุนราคาทองคำในปี 2559 ที่ 1,000-1,150 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ อย่างไรก็ดีค่าเงินเหรียญสหรัฐที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากการทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคา จึงแนะเลี่ยงการลงทุน

สรุป จึงมองปีนี้ความผันผวนน่าจะยังมีอยู่สูงต่อเนื่อง การกระจายการลงทุนและคัดเลือกการลงทุนที่เหมาะสม จึงเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารพอร์ตการลงทุน นักลงทุนควรต้องติดตามปัจจัยทั้งบวกและลบที่มีอิทธิพลและมีนัยต่อการลงทุน เพื่อเพิ่มหรือลดน้ำหนักลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภท

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน