
คาดกำไรแบงก์ ลดลง 29%
นักวิเคราะห์กลุ่มธนาคารพาณิชย์ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ได้ประเมินผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารงวดไตรมาส 4 ปี 2558 หดตัวถึง 22% จากไตรมาส 3 และ 29% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นำโดยธนาคารขนาดใหญ่ อย่าง ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารทหารไทย (TMB) จากภาระค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สงสัยจะสูญ และค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาล
นักวิเคราะห์กลุ่มธนาคารพาณิชย์ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส ได้ประเมินผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคารงวดไตรมาส 4 ปี 2558 หดตัวถึง 22% จากไตรมาส 3 และ 29% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน นำโดยธนาคารขนาดใหญ่ อย่าง ธนาคารกรุงไทย (KTB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารทหารไทย (TMB) จากภาระค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สงสัยจะสูญ และค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาล
ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อค่อนข้างทรงตัวถึงเติบโตขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มีการลดลงของกำไรจากการขายทรัพย์สินรอการขายที่บันทึกเข้ามามากในไตรมาส 3 ปี 2558 และค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาล ทั้งนี้ สวนทางกับธนาคารขนาดกลาง-เล็ก ที่คาดว่าผลการดำเนินงานจะออกมาดี คือ บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) เนื่องจากได้รับผลกระทบเรื่องของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไม่รุนแรงเท่าธนาคารขนาดใหญ่
ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) การลดลงของค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ ที่กลับสู่ระดับปกติ ช่วยหนุนให้คาดการณ์กำไรสุทธิกลับมาเติบโตได้ในงวดนี้
นอกจากนี้ ธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่ง (SCB, BBL) ยังมีความเสี่ยงจากการค้ำประกันและปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มไอซีที ภายหลังจากการประมูล 4จี เสร็จสิ้นในปลายปี 2558 ซึ่งพบว่าต้นทุนประมูลสูงเกินไป ทำให้ผู้ที่ได้ใบอนุญาตอาจจะอยู่รอดยากในระยะยาว เช่นเดียวกับ KTB อยู่ระหว่างปรับลดประมาณการกำไรปี 2559 ลงเช่นกัน สะท้อนแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของต้นทุนเครดิตและส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ลดลง ยกเว้น KBANK ยังคงประมาณการปี 2559 โดยคาดกำไรเติบโต 8.1% แต่แนวโน้ม NPL ยังเป็นขาขึ้น ทำหนี้ถึงจุดสูงสุดช่วงไตรมาส 2-3 ปี 2559 ที่ 3.5-3.6% ของสินเชื่อรวม กดดันต้นทุนเครดิตปรับตัวสูงขึ้น
บล.เอเซีย พลัส จึงแนะนำให้สลับการลงทุนจากธนาคารขนาดใหญ่ที่ยังมีปัจจัยความเสี่ยงมายังธนาคารขนาดกลาง ได้แก่ TCAP ราคาที่เหมาะสม 40.60 บาท และบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) มูลค่าที่เหมาะสม 50 บาท ทั้งนี้ TCAP คาดไตรมาส 4 กำไรเติบโตจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ฯ ลดลง รายได้ค่าธรรมเนียมทรงตัว
สำหรับปี 2559 คาดกำไรเติบโต 11.8% จากการฟื้นตัวของสินเชื่อเช่าซื้อ ขณะที่ NPL คาดลดลงต่ำกว่า 3% ของสินเชื่อรวม เช่นเดียวกับ TISCO กำไรงวดไตรมาส 4 เติบโตโดดเด่นเช่นกัน โดยแนวโน้มสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์น่าจะกลับมาเติบโตเป็นบวกได้ตั้งแต่งวดครึ่งหลังปี 2559 เป็นต้นไป บวกกับอัตราตอบแทนเงินปันผลที่สูงราว 6.5%
TISCO ประกาศกำไรสุทธิงวดไตรมาส 4 ปี 2558 ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส คาด โดยเติบโตถึง 53.6% จากไตรมาส 3 แต่ลดลง 5.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (จากการตั้งสำรองหนี้ฯ ที่ลดลงสู่ปกติ และไม่มีการบันทึกรายได้พิเศษครั้งเดียว) เหมือนงวดไตรมาส 3 ปี 2558
ขณะที่ผลการดำเนินงานจากธุรกิจหลักยังเห็นพัฒนาการที่ดีต่อเนื่องของการเติบโตของสินเชื่อสุทธิและ NIM จากต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง ขณะที่ธนาคารอื่นๆ คาดจะทยอยรายงานต่อในสัปดาห์นี้ต่อเนื่องถึงสัปดาห์หน้า







