
เทกโอเวอร์พุ่ง6.6หมื่นล.
ก.ล.ต. เผย 6 เดือนแรกปีนี้ เทกโอเวอร์ฮอตถึง 10 บริษัท มูลค่ากว่า 6.6 หมื่นล้านบาท มาก กว่าทั้งปี 2552
ก.ล.ต. เผย 6 เดือนแรกปีนี้ เทกโอเวอร์ฮอตถึง 10 บริษัท มูลค่ากว่า 6.6 หมื่นล้านบาท มาก กว่าทั้งปี 2552
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีการจัดทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) สูงถึงจำนวน 10 บริษัท คิดเป็นมูลค่าเสนอซื้อทั้งสิ้น 66,433 ล้านบาท และสามารถซื้อขายหุ้นได้จริง 57,078 ล้านบาท นับว่ามากกว่าทั้งปี 2552 ที่มีการทำรายการจำนวน 16 บริษัท มูลค่าเสนอซื้อรวม 24,710 ล้านบาท และซื้อขายหุ้นได้จริง 20,704 ล้านบาท และมากกว่าเท่าตัวเทียบกับในช่วงครึ่งแรกของปี 2552 มีการทำเสนอซื้อจำนวน 8 บริษัท มูลค่ารวม 20,279 ล้านบาท และซื้อขายหุ้นจริงจำนวน 17,776 ล้านบาท
ดังนั้น ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้การเสนอซื้อหลักทรัพย์กลับไม่มีบริษัทใดเลยที่ต้องการถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ มีเพียงต้องการครอบงำกิจการ (เทกโอเวอร์) เท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากปี 2552 ที่มีบริษัทถูกซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด 7 บริษัท มูลค่า 6,521 ล้านบาท ซื้อขายหุ้นได้จริงจำนวน 5,172 ล้านบาท เพื่อขอเพิกถอนบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์และครึ่งแรกของปี 2552 มีจำนวน 3 บริษัท เสนอซื้อหลักทรัพย์ 5,111 ล้านบาท และซื้อขายหุ้นได้จริงรวม 6,022 ล้านบาท
นอกจากนี้ ทั้งปี 2552 มีการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จำนวน 9 บริษัท มูลค่า 18,189 ล้านบาท และซื้อขายหุ้นได้จริง 15,532 ล้านบาท เพื่อต้องการเทกโอเวอร์ เปรียบเทียบกับจำนวน 5 บริษัท มูลค่ารวม 14,257 ล้านบาท และซื้อขายหุ้นได้จริง 12,665 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มีบริษัทจดทะเบียนจำนวน 3 บริษัท ได้มีมติคณะกรรมการบริษัทให้เพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งประกอบด้วยบริษัท บาจา (BATA) บริษัท ยูไนเต็ดฟลาวมิลล์ (UFM) บริษัท เอส.พี. ซูซูกิ (SPSU)
สำหรับการเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) มีจำนวน 3 บริษัท มูลค่าการเสนอขายตราสารทุนในประเทศรวม 17,083 ล้านบาท แบ่งเป็นเสนอขายไอพีโอ 13,275 ล้านบาท ซึ่งรวมการเสนอขายหุ้นให้กรรมการและพนักงานที่เสนอขายพร้อมกับ IPO แต่ไม่รวมมูลค่าการเสนอขายหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมที่เสนอขายพร้อมกับ IPO ทั้งนี้ มูลค่าที่เพิ่มขึ้นมากในครึ่งแรกของปีนี้เนื่องจากมีการใช้สิทธิ เสนอขายประชาชนทั่วไป (พีโอ) 1,063 ล้านบาท เสนอขายกรรมการและพนักงาน 1,970 ล้านบาท และเสนอขายบุคคลในวงจำกัด (พีพี) 775 ล้านบาท
มูลค่าการเสนอขายตราสารหนี้ แบ่งเป็น ตราสารหนี้ระยะสั้น 298,122.71 ล้านบาท ตราสารหนี้ระยะยาว 115,084.12 ล้านบาทและตราสารหนี้ประเภทอื่นๆ 2,995.87 ล้านบาท
สำนักงานยังได้รับข้อมูลรับเรื่องร้องเรียนจำนวน 48 เรื่อง แบ่งเป็น การกระทำอันไม่เป็นธรรม (ปั่นหุ้น แพร่ข่าว อินไซด์) 21 เรื่อง การประกอบธุรกิจโดยไม่มีใบอนุญาต 19 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ติดต่อกับผู้ลงทุน 8 เรื่อง โดยมีจำนวนเรื่องที่ยุติหรือส่งต่อไปยังหน่วยงานอื่นแล้ว 42 เรื่อง
การดำเนินคดีอาญาในช่วง 6 เดือนแรกมีการเปรียบเทียบปรับจำนวน 6.53 ล้านบาท จำนวน 35 ข้อหา จำนวน 22 ราย โดยมีการกล่าวโทษจำนวน 6 คดี และจำนวนผู้ถูกกล่าวโทษจำนวน 12 ราย







