posttoday
พลิก 'กฏแห่งกำไร' 'บุญนำพา'สู่ความยั่งยืน

พลิก 'กฏแห่งกำไร' 'บุญนำพา'สู่ความยั่งยืน

26 กรกฎาคม 2553

แนวคิดการปลุกจิตสำนึกในองค์กร โดยเฉพาะการทำความดีหรือทำบุญผ่านการให้รูปแบบต่างๆ เริ่มแพร่หลาย และถูกนำไปปฏิบัติอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ จากวิสัยทัศน์ผู้บริหารที่เชื่อว่า “คนเก่งคู่คนดี” จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมี “คุณธรรม”

วีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.เคมิคอล กล่าวว่า จุดเริ่มต้นไปสู่ความเป็นองค์กรที่มีความสุขคู่ความดีนั้น เริ่มจากระดับ “ผู้บริหาร” ที่ถ่ายทอดไปยังฝ่ายปฏิบัติการทุกระดับ โดยเฉพาะแนวคิดการตอบแทนให้กับสังคมไทย ที่ ปตท. ไม่ได้มองเพียงว่าเป็นกิจกรรมเพื่อมีส่วนช่วยเหลือสังคม (ซีเอสอาร์) เท่านั้น แต่ได้นำแนวคิดดังกล่าวดำเนินการควบคู่ไปกับการทำธุรกิจ

ทั้งนี้ แผนงานของบริษัทในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือในปี 2563 เป้าหมายส่วนหนึ่งคือการพัฒนาบุคลากรของบริษัทที่สอดคล้องกับธุรกิจที่จะก้าวต่อไป จากปัจจุบันวางแนวทางการ สร้าง ความสุขภายในองค์กร 4 ด้าน คือ 1.ความสุขทางกายภาพ 2.สภาวะทางอารมณ์ 3.สภาวะทางสังคม และสุดท้าย 4.การพัฒนาจิตวิญญาณ เพื่อสร้างความสุขทางใจในการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน

“ปตท. สนับสนุนให้พนักงานไปปฏิบัติธรรมหรือจัดกิจกรรมวิปัสสนา ด้วยเห็นว่าการทำบุญเป็นกิจกรรมที่พนักงานทุกรุ่นทุกฝ่ายทำร่วมกันได้ และนำไปสู่ประสิทธิผลของงานที่ดีขึ้นในที่สุด” วีรศักดิ์ กล่าว

สอดคล้องกับ บุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล ในเครือสหพัฒน์ กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า นอกจากการวางนโยบายเพื่อกำหนดทิศทางธุรกิจแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับการ “ทำบุญ” ด้วยการกระตุ้นให้พนักงานในเครือบริษัท ไอ.ซี.ซี.ฯ ต้องจัดทำแผนกิจกรรมการทำบุญ ที่สามารถใช้เป็นดัชนีวัดผลได้จริงด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างความดีคู่กับคนเก่งในองค์กร

โดยเฉพาะด้านจริยธรรมและคุณธรรมที่ต้องเริ่มจากภายในตัวของบุคคล พร้อมส่งต่อความหวังดีให้กับตัวเองก่อน ไปสู่คนรอบข้าง ไปยังองค์กร สู่สังคม และถึงประเทศชาติได้ในที่สุด ซึ่งนอกเหนือจากการหวังผลกำไรทางธุรกิจที่เติบโตต่อเนื่องทุกปีแล้ว บริษัทยังหวังเป้าให้ประสบความสำเร็จอย่างสุจริตด้วย

บุญเกียรติ กล่าวว่า ได้กำหนดให้บริษัทในเครือต้องวางหรือเขียนแผนการทำบุญที่ชัดเจน โดยหัก 2% จากกำไรนำไปใช้เพื่อกิจกรรมการทำบุญ เช่น มีกำไร 100 ล้านบาท หัก 20 ล้านบาท เพื่อนำไปทำบุญ เป็นต้น ซึ่งได้วางนโยบายดังกล่าวมากว่า 10 ปีแล้ว โดยเงินที่นำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือการทำบุญยังนำไปใช้หักภาษีได้ด้วย

“แนวคิดนี้อาจเรียกว่าเป็นการทำบุญเชิงสร้างสรรค์ โดยมีเคพีไอที่ใช้จากการทำบุญ สะท้อนไปถึงการทำงานของพนักงานบริษัท เพื่อสร้างจิตที่เป็นกุศลและความรู้สึกอยากทำงานก็จะมีมากขึ้น” บุญเกียรติ กล่าว

นอกเหนือจากผลตอบแทนทางจิตใจที่บริษัทและพนักงานในเครือได้รับแล้ว ตลอดช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา อานิสงส์จากการทำบุญไปพร้อมทำธุรกิจ ยังพบว่าบริษัทในเครือไอ.ซี.ซี.ฯ มีอัตราเติบโตยอดขายดีขึ้นต่อเนื่อง และผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจมาได้โดยตลอด

เช่นเดียวกับบริษัท ซีพี ออลล์ ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ดำเนินกิจกรรมด้านบุญมาไม่ต่ำกว่า 14 ปี ตามนโยบายของ ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ ที่วางไว้เพื่อให้พนักงานบริษัท ลูกค้า ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในกิจกรรมบุญร่วมกัน อาทิ โครง “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” ที่จัดขึ้นทุกเที่ยงวันศุกร์ ณ อาคาร ซีพี ทาวเวอร์ รวมถึงกิจกรรมบุญร่วมกับผู้บริโภคร้านเซเว่นฯ ผ่านโครงการแสตมป์บุญสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าตามมูลค่าและได้สิทธ์รับแสตมป์แลกซื้อสินค้า แต่ต้องการบริจาคแสตมป์เพื่อทำบุญร่วมกันกับเซเว่นฯ โดยแสตมป์1ดวง มีราคา 1บา แสตมป์ทอง 1 ดวงมีราคา 2 บาท ที่ดำเนินการเป็นปีที่2แล้ว โดยแต่ละครั้งมียอดบริจาคผ่านโครงการแสตมป์บุญไม่ต่ำกว่า 56 ล้านบาท ซึ่งได้นำเงินทำบุญดังกล่าวไปจัดกิจกรรมหรือโครงการด้านพุทธศาสนาต่างๆ ร่วมกับมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย เข่น โครงการก่อสร้างอุโบส เป็นต้น

ส่วนผลตอบแทนที่ได้รับ ทุกบริษัทประสานเป็นเสียงเดียวกันว่า คือ ด้านจิตใจที่พนักงานมีจิตอาสาและรักองค์กรมากขึ้น ที่นำพาไปสู่ประสิทธิผลการทำงานที่ผลักดันไปสู่ผลกำไรเชิงสุจริตในที่สุด!!

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน