posttoday
เศรษฐกิจ-การลงทุน ครึ่งปีแรก’59

เศรษฐกิจ-การลงทุน ครึ่งปีแรก’59

11 มกราคม 2559

โดย...ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย

โดย...ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย

คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2559 จะขยายตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยเศรษฐกิจสหรัฐมีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นจากภาคการบริโภคภายในประเทศและตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง เศรษฐกิจยุโรปขยายตัวได้จากการบริโภคภายในประเทศต่อเนื่อง นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกยังเผชิญกับความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งจะส่งผล
กระทบต่อการส่งออกของประเทศตลาดเกิดใหม่

ตลาดหุ้นสหรัฐ : แนะนำให้ลงทุนแบบ Neutral คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวดีขึ้นจากการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่ง และค่าจ้างแรงงานที่ขยายตัวดี ส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร กลุ่มการแพทย์ และกลุ่มเทคโนโลยี แต่อย่างไรก็ตามมีปัจจัยลบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งตลาดคาดว่าจะปรับขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 1-1.25% ในปี 2559 จะส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น และอาจกดดันหุ้นกลุ่มส่งออกและราคาน้ำมันดิบที่ยังคงลดลงจากอุปทานที่ล้นตลาด ส่งผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มพลังงานได้

ตลาดหุ้นยุโรป : แนะนำให้ลงทุนแบบ Overweightภาวะเศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มดีขึ้นจากการบริโภคภายในประเทศฟื้นตัว การใช้จ่ายรัฐบาลเริ่มกลับมาสนับสนุนเศรษฐกิจ และภาคการเงินเริ่มกลับมาขยายสินเชื่อ อีกทั้ง ECB ยังคงดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องช่วยจำกัดความเสี่ยงของเศรษฐกิจชะลอตัว และสภาพคล่องในตลาดปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ ความเสี่ยงของยุโรปในปี 2559 อยู่ที่เศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ยังขยายตัวในระดับต่ำ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงของการลดภาระหนี้

ตลาดหุ้นญี่ปุ่น : แนะนำให้ลงทุนแบบ Overweightคาดการณ์เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะกลับมาขยายตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/2558 จากการฟื้นตัวของภาคการผลิตและส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะเติบโตได้ดีในปี 2559 ทำให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังมีความน่าสนใจ โดยปัจจัยบวกมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการเงินและการคลังของภาครัฐ เช่น การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้างจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและกำลังซื้อที่ลดลงของกลุ่มประเทศในตลาดเกิดใหม่

ตลาดหุ้นจีน : ตลาด A-Share แนะนำให้ลงทุนแบบ Neutral ตลาด H-Share แนะนำให้ลงทุนแบบ Neutralคาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตเศรษฐกิจ (GDP) จีนในปี 2559 ที่ 6.5% โดยชะลอตัวลงจากปี 2558 ที่คาดว่าจะโต 6.9% จากการชะลอตัวของภาคการผลิต ประกอบกับเงินหยวนที่มีแนวโน้มอ่อนค่าจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านค่าเงินหยวนให้ลอยตัวมากขึ้น อาจส่งผลให้มีเงินทุนไหลออกจากจีน อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางจีนมีแนวโน้มจะอัดฉีดสภาพคล่องโดยการลดอัตราดอกเบี้ยและอัตราการกันสำรองเพื่อกระตุ้นการเติบโตของสินเชื่อ ประกอบกับราคาหุ้นจีนโดยเฉพาะหุ้นของบริษัทจีนที่เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดฮ่องกง (H-Shares) อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตมากจะช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นได้

ตลาดหุ้นอินเดีย : แนะนำให้ลงทุนแบบ Neutral ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจอินเดียยังคงเติบโตดี เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในประเทศยังอยู่ในระดับสูง จึงคาดว่าธนาคารกลางอินเดียจะลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งผลดีต่อตลาดหุ้น นอกจากนี้ประเทศอินเดียยังมีสถานะทางการเงินที่มีเสถียรภาพโดยมีเงินทุนไหลเข้าในรูป FDI มาก ซึ่งชดเชยการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดได้ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นอินเดียยังมีความเสี่ยงภายในประเทศจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและปัญหา NPLs ในระบบที่ยังอยู่ในระดับสูง

น้ำมันดิบ : แนะนำให้ลงทุนแบบ Underweight อุปทานน้ำมันดิบที่ล้นตลาด กลุ่มโอเปกที่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในแง่การลดกำลังการผลิตลง และการยกเลิกข้อจำกัดทางด้านเพดานการผลิตน้ำมันดิบเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด นอกจากนี้ การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของอิหร่านทำให้สามารถกลับมาผลิตน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาร์เรล/วัน ยังคงกดดันราคาน้ำมันดิบให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ตลาดหุ้นไทย : แนะนำให้ลงทุนแบบ Neutral ในปี 2559 ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวจากการใช้จ่ายภาครัฐ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น การใช้จ่ายภายในประเทศ และการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นอาจมีปัจจัยเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจากการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐจะกดดันให้มีเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นไทย การส่งออกที่ขยายตัวช้าจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าระหว่างประเทศ และการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจสื่อสาร

ทองคำ : แนะนำให้ลงทุนแบบ Underweight ราคาทองคำขาดปัจจัยหนุน เนื่องจากภาพรวมความเสี่ยงของตลาดการเงินโลกลดลงและอัตราเงินเฟ้อของโลกยังทรงตัวในระดับต่ำ นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐและค่าเงินเหรียญสหรัฐยังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยลบที่มีผลต่อราคาทองคำ

ตลาดตราสารหนี้ไทย : จากภาวะเศรษฐกิจไทยที่กำลังฟื้นตัวและยังขยายตัวไม่สูงมากนักในปี 2559 อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากราคาน้ำมันลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกแม้ปรับตัวดีขึ้นแต่อัตราการขยายตัวต่ำกว่าอดีตที่ผ่านมา นักลงทุนยังคงต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย คาดว่าอัตราดอกเบี้ยทรงตัวอยู่ที่ระดับ 1.5% แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย มีผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง เงินไหลออกทำให้อาจมีแรงเทขายพันธบัตรไทยส่งผลกระทบให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นบ้าง

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน