
สหกรณ์เกษตรรับมือเออีซี
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเต็มรูปแบบทำให้ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อแข่งขัน รวมถึงสหกรณ์การเกษตรของไทย
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเต็มรูปแบบทำให้ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อแข่งขัน รวมถึงสหกรณ์การเกษตรของไทย
นางบุบผา ภู่ละออ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 จ.ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ชี้ว่า มี 3 ปัจจัยสำคัญที่มีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตการตลาดของสหกรณ์ เพื่อให้มีขีดความสามารถการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้เมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ประกอบด้วย 1.การขยายธุรกิจของสหกรณ์ โดยเน้นการศึกษาตลาดในประเทศอาเซียน เพิ่มความรู้ด้านการค้าต่างประเทศให้กับเจ้าหน้าที่สหกรณ์ ให้ความรู้เกษตรกรเกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยเกษตรกรจะต้องสามารถผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน ลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และร่วมมือเป็นพันธมิตรกับเอกชนที่ทำธุรกิจส่งออกและสหกรณ์การเกษตรในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน
2.การปรับโครงสร้างของสหกรณ์ ควรสนับสนุนการรวมกลุ่มสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจแบบเดียวกัน ขยายธุรกิจเพิ่มเติมจากเดิมหรือเพิ่มชนิดสินค้า
3.การพัฒนาคุณภาพผลผลิต การแปรรูปและการเพิ่มมูลค่า เช่น ผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเป้าหมาย สร้างจุดเด่นเอกลักษณ์ รักษาคุณภาพสินค้า ศึกษากฎระเบียบ ภาษา ทราบถึงชนิดสินค้าที่ได้รับสิทธิในการเปิดเสรี พิกัดของสินค้า รวมถึงการผลิตสินค้าถูกต้องตามกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิด เป็นต้น
นอกจากนี้ ควรมีการทำการวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะได้มีการปรับปรุงสหกรณ์การเกษตรให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น







